เชื่อมต่อธุรกิจ Online และ Offline ทางรอดในปี 2018

จากบทความครั้งที่แล้ว (เทรนด์การตลาด O2O) ที่ได้บอกไปแล้วว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคการทำการตลาดแบบ O2O ที่ทำให้หลายธุรกิจ เริ่มตื่นตัวและคิดว่า ตอนนี้ควรจะเริ่มหยิบการตลาดออนไลน์หรือออฟไลน์ มาเริ่มต้นกับธุรกิจก่อนดี ดังนั้นเพื่อให้หลายคนตัดสินใจได้ดีขึ้น เราจะพาไปแนะนำและรู้จักกับการตลาดแบบ O2O กันให้มากขึ้นผ่านบทความนี้

กลยุทธ์ O2O

1.Online to Offline

จากข้อมูลด้านสถิติพบว่า ปัจจุบันคนใช้เวลากับหน้าจอโทรศัพท์นานถึงร้อยละ 43.6 ทำให้ช่องทางการตลาดออนไลน์ (Online) เป็นช่องทางที่ธุรกิจหลายแบรนด์นิยมเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะพฤติกรรมของกลุ่มนี้จะใช้มือถือในการรับส่งข้อมูล ข่าวสารของแบรนด์สินค้า หรือบริการที่ตัวเองสนใจผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์อยู่เป็นประจำ เพราะฉนั้น การใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ อย่าง Facebook, Instagram หรือ Website จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการโปรโมทสินค้า หรือสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ เกิดความสนใจ จนเกิดกระบวนการอยากซื้อ อยากเห็นสินค้าของจริง จนนำไปสู่การเลือกดู และซื้อขายสินค้าผ่านหน้าร้านค้า (ออฟไลน์) ตัวอย่างเช่น การรีวิวสินค้าโดยบล็อกเกอร์ ที่บอกประโยชน์พร้อมโปรโมทข้อมูลต่างๆ ของสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เห็น จนเกิดความสนใจ และไปซื้อผ่านหน้าร้านในที่สุด

 

2.Offline to Online

ช่องทาง Offline แม้จะเป็นช่องทางที่ใช้ในการสื่อสารแบบเก่า แต่ก็เคยเป็นช่องทางที่แข็งแกร่ง และเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ ธุรกิจในปัจจุบัน ดังนั้นสื่อ Offline จึงยังคงเป็นที่ช่องทางที่น่าลงทุน ที่หลายแบรนด์ยังคงเลือกใช้เป็นอันดับแรกอยู่ โดยกลุ่มลูกค้าที่เสพสื่อออฟไลน์เป็นหลัก มักจะชอบเลือกดู เลือกจับ สินค้าจริงผ่านหน้าร้านก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเห็นตามร้านค้าทั่วไป  แหล่งช้อปปิ้ง หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็ตาม หลังจากนั้นจึงควรใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ สร้างโปรโมชั่นดีๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลุ่มนี้ เกิดการอยากซื้อสินค้าของเราด้วยโปรโมชั่นที่จัดขึ้น ตัวอย่างเช่น ร้านเจ้เล้ง ที่เป็นธุรกิจที่เติบโตจากร้านค้าออฟไลน์เล็กๆ มาเป็นร้านที่ยิ่งใหญ่ ที่มีสินค้าและลูกค้าประจำมากมาย แต่ยังไม่หยุดแค่หน้าร้าน ยังได้ขยายไปที่เว็บไซต์ Facebook และInstagram เพื่อขยายโปรโมชั่น และฐานลูกค้าไปสู้ตลาดออนไลน์อีกด้วย

นอกจากนี้ “ธุรกิจออฟไลน์” ไม่ได้จำกัดแค่ผ่านหน้าร้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพในเรื่องของบริการการจัดส่งอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่จะทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้า จนเกิดการกลับมาซื้อสินค้าซ้ำอีกครั้งได้เลยทีเดียว

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเลือกใช้ช่องการตลาดออนไลน์หรือการทำธุรกิจออฟไลน์ ต่างก็มีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบข้อไหนมาใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของเรามากกว่า จะเลือก O online ก่อน หรือจะ O offline ก่อนก็ได้เช่นกัน

ข้อมูลบริการเพิ่มเติม
website : https://www.makewebeasy.com
โทร : 02 217 7999
Line : @makewebeasy
Facebook : facebook.com/makewebeasy
Twitter : twitter.com/makewebeasy
Instagram : instagram.com/makewebeasy

Related Post

Comments

comments