อยากสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ต้องมองคู่แข่งให้เป็นอาจารย์

เคยคิดมั้ยว่า ถ้าทุกคนที่ทำธุรกิจ มีเป้าหมายเดียวกัน ศึกษาวิธีการทำตลาดแบบเดียวกัน ทำเหมือนกันทุกวิธี แล้วเราจะมีวิธีไหนที่สามารถเอาชนะคู่แข่งของเราได้บ้างนะ?

ในช่วงที่มีกระแสของการ Live ขายสินค้าบน Facebook กำลังมาแรง ทุกคนหันไปให้ความสนใจกับการขายด้วยวิธีนี้ จาก Live ที่มีคนดูหลักหมื่น ตอนนี้เหลือแค่หลักร้อย เพราะร้านค้าอื่นๆ ก็เริ่มทำตามเหมือนกันทุกร้าน หารลูกค้ากันไป และถ้าเราทำตามคนอื่น คนดูของเราอาจจะเหลือหลักสิบแล้วก็ได้ 

สิ่งแรกที่เราควรทำคือ ลองตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นอีกนิด มองคู่แข่งที่อยู่เก่งกว่าตัวเอง เพื่อศึกษาการตลาดของคู่แข่ง มองคู่แข่งให้เป็นอาจารย์ พยายามไต่ขึ้นไปให้เทียบเท่าหรือเหนือกว่า!

มาดูกันว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เราได้แนวทางการทำตลาดจากการศึกษาคู่แข่งของเรา


ทำความรู้จักกับคู่แข่ง

ก่อนจะศึกษาคู่แข่ง แน่นอนว่าเราก็ต้องทำความรู้จักกับคู่แข่งของเราเสียก่อน ศึกษาทั้งคู่แข่งในปัจจุบันและคู่แข่งในอนาคตว่าเขาคือใคร มีจุดเด่น และจุดอ่อนในด้านไหนบ้าง การศึกษาในเรื่องนี้ทำให้เรามองเห็นจุดเด่น และจุดอ่อนของธุรกิจตัวเอง มีส่วนไหนที่เราเหนือกว่า และส่วนไหนที่เราเสียเปรียบคู่แข่ง วิธีไหนบ้างที่เราจะสามารถเอาชนะคู่แข่งในเรื่องนี้ได้


ศึกษาเป้าหมายของคู่แข่ง

การศึกษาเป้าหมายของคู่แข่งจะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ ในสิ่งที่คู่แข่งจะทำต่อไปได้ เราอาจจะนำข้อมูลที่ศึกษามาเพื่อทำการตลาดให้น่าสนใจยิ่งกว่าเพื่อเอาชนะคู่แข่ง หรือตั้งรับเพื่อไม่ให้กลยุทธ์ของคู่แข่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจเรา ยกตัวอย่างเช่น

  • หากคู่แข่งกำลังจะจัดกิจกรรมโปรโมชั่น ลดราคา 50% ร้านค้าของเราอาจจะจัดโปรโมชั่น ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท ให้ดูมีความน่าสนใจมากกว่า เพื่อดึงลูกค้ามาจากคู่แข่ง
  • หรือคู่แข่งกำลังมีแผนนะจัดโปรโมชั่นลดราคา 50% แต่แผนโปรโมชั่นของเราไม่สามารถสู้ของคู่แข่งได้ เราอาจจะเลื่อนโปรโมชั่นให้เริ่มก่อนคู่แข่งเพื่อแย่งลูกค้าก่อนก็สามารถทำได้


ศึกษาเครื่องมือ และช่องทางการทำตลาดของคู่แข่ง

ดูว่าคู่แข่งของเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง แต่ละเครื่องมือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และได้ผลลัพท์อะไรกับมาจากการใช้เครื่องมือเหล่านั้น  เคยสังเกตมั้ยว่า ทำไมแบรนด์ใหญ่ๆ ถึงไม่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Social Media แต่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่าแบรนด์ดังๆ จะขายสินค้ากันอยู่ 2 ช่องทางหลักๆ นั่นคือ หน้าร้าน และเว็บไซต์ E-Commerce เพราะทั้ง 2 ช่องทางนี้สามารถรองรับลูกค้าได้มากที่สุด ลองคิดดูว่าถ้าให้แบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Uniqlo มาขายเสื้อผ้าทาง Facebook ต้องใช้พนักงานตอบแชท นั่งรับออเดอร์กันกี่พันคน การทำเว็บไซต์ E-Commerce จึงตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด และเว็บไซต์ E-Commerce ยังช่วยให้แบรนด์ใหญ่ๆ สามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถทำการตลาดในรูปแบบอื่นๆ ได้อีกมากมาย

การศึกษาจากกลยุทธ์จากคู่แข่งหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะช่วยให้เราเห็นภาพละมีแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะถ้าคู่แข่งของคุณทำได้ คุณเองก็ทำได้เช่นกัน

ข้อมูลบริการเพิ่มเติม
website : https://www.makewebeasy.com
โทร : 02 217 7999
Line : @makewebeasy
Facebook : facebook.com/makewebeasy
Twitter : twitter.com/makewebeasy
Instagram : instagram.com/makewebeasy

Related Post

Comments

comments