การจัดการข้อมูลสินค้า

รายละเอียดของหน้านี้จะแสดงรายละเอียดสินค้าที่มีทั้งหมดในเว็บไซต์ สามารถจัดการ ค้นหา / เพิ่ม / ลบ / แก้ไข ได้

1.ไปที่เมนู จัดการเว็บ > สินค้า > สินค้าทั้งหมด

2.ส่วนที่ 1 ค้นหาสินค้า ในกรณีที่มีสินค้าเยอะและต้องการจัดการสินค้า สามารถใช้การค้นหาสินค้าตามหมวดหมู่หลักและย่อยได้ และทำการคลิกที่ปุ่ม ค้นหา

 

3.ส่วนที่ 2 เพิ่มสินค้า สามารถดูวิธีการเพิ่มสินค้าได้ที่หัวข้อเพิ่มสินค้าใหม่

 

4.ส่วนที่ 3  แสดงรายละเอียดสินค้าที่มีอยู่ในระบบ

  • ลำดับ
  • รหัสสินค้า
  • ชื่อสินค้า
  • ราคา
  • วันที่สร้าง/วันที่แก้ไข

 

สัญลักษณ์ต่าง ๆ ของการจัดการสินค้า

  • สัญลักษณ์ 1 ปากกา : เป็นการส่วนที่ไว้จัดการแก้ไขสินค้า เช่น แก้ไขชื่อสินค้า
  • สัญลักษณ์ 2 ดวงตา : ในกรณีที่ยังไม่พร้อมให้สินค้า แสดงที่หน้าเว็บไซค์ สามารถกดปิดที่ดวงตาได้ สินค้า นี้ก็จะไม่แสดงผลที่หน้าเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องลบ
  • สัญลักษณ์ 3 แว่น : หากเพิ่มสินค้า เรียบร้อยแล้ว ต้องการตรวจสอบสินค้า ที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์ สามารถคลิกดูได้จากสัญลักษณ์นี้
  • สัญลักษณ์ที่ 4 กระดาษ : ในกรณีที่สินค้า นั้นมีเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่เพียงแค่กดปุ่มกระดาษ หรือปุ่มคัดลอก แล้วเข้าไปแก้ไขกดบันทึกใหม่ ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาสร้างใหม่ทั้งหมด
  • สัญลักษณ์ที่ 5 กล่อง : เป็นกล่องที่ไว้เลือกสินค้า หากต้องการลบสินค้า ออกจากเว็บไซต์ ให้คลิกเลือกที่กล่อง และกดที่ปุ่มลบด้านล่าง

หมายเหตุ : หากต้องการนำสินค้าไปแสดงผลที่หน้าเว็บไซต์ ต้องทำการสร้างเพจสินค้าขึ้นมาก่อน โดยสามารถดูวิธีการสร้างเพจสินค้าได้ที่นี่

 

การเพิ่มสินค้าใหม่

ประเภท Simple product สินค้าแบบเดียวไม่มีคุณสมบัติ

1.ไปที่เมนู จัดการเว็บ > สินค้า > เพิ่มสินค้าใหม่

 

2.จัดการใส่รายสินค้า ดังนี้

  • ส่วนที่ 1 : กำหนดประเภทและรหัสสินค้า
    – กำหนดประเภท : Simple product
    – รหัสสินค้า

 

  • ส่วนที่ 2 : ข้อมูลสินค้า จะประกอบไปด้วย
    – ชื่อเนื้อหา
    – คำขึ้นต้นเนื้อหา
    – รายละเอียดของเนื้อหา

    หมายเหตุ : คำขึ้นต้นเนื้อหา จะต่างจากรายละเอียดตรงที่ คำขึ้นต้นจะเป็นการเกริ่นสั้น ๆเพื่อให้ลูกค้าสามารถรู้ได้ว่าสินค้าชิ้นนี้คืออะไร น่าสนใจหรือไม่ โดยที่ยังไม่ต้องคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าด้านใน

 

  • ส่วนที่ 3 : Show SEO Setting เป็นส่วนที่ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google
    – Page title
    – Page description
    – Custom URL
    – Preview

 

  • ส่วนที่ 4 : รูปภาพสินค้า (รูปจัตุรัส 1000 x 1000px / รูปแนวตั้ง 1000 x 1500px) โดยจัดการได้ดังนี้
    1.คลิกที่ + เพิ่มรูปภาพ
    2.คลิก สร้างโฟลเดอร์ใหม่ หากต้องการแยกรูปภาพ เช่นโฟลเดอร์บทความ 1,โฟลเดอร์บทความ 2

    3.อัพโหลดรูปโดยคลิกที่ File Upload สามารถอัพโหลดได้มากกว่า 1 รูป

    4.เมื่ออัพโหลดรูปภาพเรียบร้อยแล้ว สามารถคลิกรูปภาพแต่ละรูปเพื่อเลือกหลายภาพได้ หรือคลิก Select All เพื่อเลือกทั้งหมดในโฟลเดอร์

    5.คลิกที่ เพิ่มรูปภาพ รูปภาพทั้งหมดที่เลือกจะมาอยู่ในรูปสภาพสินค้า6.หากต้องการตั้งค่ารูปไหนให้เป็นหน้าปกสินค้า ให้คลิกที่คำว่าปกสินค้า

 

  • ส่วนที่ 5 : จำนวนสินค้า / ราคา
    – กำหนดจำนวนสินค้าในสต็อก ไม่จำกัด, ใส่จำนวน, สินค้าหมด
    – กำหนด ราคาปกติ , ราคาพิเศษ (ถ้ามี) , ราคาสมาชิก (ถ้ามี)

 

  • ส่วนที่ 6 (ขวามือด้านบนสุด) : หมวดหมู่ โดยสามารถสร้างหมวดหมู่สินค้าได้ ในกรณีที่ยังไม่มีหมวดหมู่ โดยจัดการได้ดังนี้
    1. + สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่
    2. กรอกชื่อหมวดหมู่สินค้า

    3. ในกรณีที่มีหมวดหมู่หลักอยู่แล้วอยากสร้างเป็นหมวดหมู่ย่อยให้คลิกเลือก สร้างเป็นหมวดหมู่ย่อย แล้วเลือกหมวดหมู่หลัก หากยังไม่มีหมวดหมู่หลักให้สร้างหมวดหมู่หลักก่อน โดยที่ยังไม่ต้องเลือก

    4. คลิกที่ปุ่มสีฟ้า + สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่

    5. เมื่อสร้างหมวดหมู่เรียบร้อยแล้ว ให้คลิกเลือกหมวดหมู่สำหรับสินค้านี้ หากยังไม่สร้างหมวดหมู่หรือเลือกหมวดหมู่จะไม่สามารถบันทึกบทความได้

 

  • ส่วนที่ 7 : การจัดอันดับ หากต้องการให้ดาวสินค้าเพื่อแสดงถึงคุณภาพหรือความนิยมสามารถกดเปิดและเลือกคะแนนดาว หากไม่ต้องการใส่ให้กดปิด

 

  • ส่วนที่ 8 : นํ้าหนัก ระบุน้ำหนักเริ่มต้น(กรัม.) หากคิดค่าขนส่งตามนํ้าหนักต้องกรอกที่ส่วนนี้ด้วย

 

  • ส่วนที่ 9 : ตั้งค่าเฉพาะสินค้า
    – ป้ายแสดงสถานะสินค้า ใหม่ (New) , ขายดี (Best Seller) , สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) หากต้องการให้คลิกเลือกที่ช่อง
    – แสดงราคาสินค้า เปิด / ปิด
    – แสดงความคิดเห็นด้วย facebook เปิดใช้งานในกรณีที่ต้องการให้มีการแสดงความคิดเห็นภายในเนื้อหาบทความ โดยจะต้องทำการตั้งค่า Facebook API ก่อน สามารถดูวิธีการตั้งค่าได้ที่นี่
    – เห็นว่าบทความในเว็บไซต์ของเรามีประโยชน์หรือน่าสนใจอยากแชร์ ก็สามารถแชร์ได้ โดยสามารถกำหนดช่องทาง Social ได้ที่เมนู จัดการเว็บ > ฟีเจอร์อื่น ๆ > Social


ตัวอย่างป้ายสถานะสินค้า

 

  • ส่วนที่ 10 : แท็ก วิธีการใช้งานโดย พิมพ์คำที่ต้องการ แล้วกด Enter ทำซ้ำเพื่อเพิ่มคำอื่น ๆโดยคำที่ต้องการ คือ คีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับของเล่นเด็ก คีย์เวิร์ดก็จะเป็นของเล่นเด็ก , แม่และเด็ก , พัฒนาการเด็ก เป็นต้น ซึ่งแท็กจะมีส่วนช่วยในการติดอันดับบน Google อีกด้วย

 

ประเภท Group product สินค้าแบบมีคุณสมบัติ

สินค้ามีคุณสมบัติ เช่น S , M , L  (ก่อนลงสินค้าประเภท Group product ให้ไปสร้างคุณสมบัติสินค้าก่อนที่เมนูคุณสมบัติสินค้า)

1.ไปที่เมนู จัดการเว็บ > สินค้า > เพิ่มสินค้าใหม่

2. จัดการใส่รายสินค้า ดังนี้

  • ส่วนที่ 1 : กำหนดประเภทและรหัสสินค้า
    – กำหนดประเภท : Group product
    – รหัสสินค้า

 

  • ส่วนที่ 2 : ข้อมูลสินค้า จะประกอบไปด้วย
    – ชื่อเนื้อหา
    – คำขึ้นต้นเนื้อหา
    – รายละเอียดของเนื้อหา

    หมายเหตุ : คำขึ้นต้นเนื้อหา จะต่างจากรายละเอียดตรงที่ คำขึ้นต้นจะเป็นการเกริ่นสั้น ๆเพื่อให้ลูกค้าสามารถรู้ได้ว่าสินค้าชิ้นนี้คืออะไร น่าสนใจหรือไม่ โดยที่ยังไม่ต้องคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าด้านใน

 

  • ส่วนที่ 3 : Show SEO Setting เป็นส่วนที่ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google
    – Page title
    – Page description
    – Custom URL
    – Preview

 

  • ส่วนที่ 4 : รูปภาพสินค้า (รูปจัตุรัส 1000 x 1000px / รูปแนวตั้ง 1000 x 1500px) โดยจัดการได้ดังนี้
    1.คลิกที่ + เพิ่มรูปภาพ
    2.คลิก +สร้างโฟลเดอร์ใหม่ หากต้องการแยกรูปภาพ เช่น โฟลเดอร์บทความ 1, โฟลเดอร์บทความ 2

    3.อัพโหลดรูปโดยคลิกที่ File Upload สามารถอัพโหลดได้มากกว่า 1

    4.เมื่ออัพโหลดรูปภาพเรียบร้อยแล้ว สามารถคลิกรูปภาพแต่ละรูปเพื่อเลือกหลายภาพได้ หรือกด Select All เพื่อเลือกทั้งหมดในโฟลเดอร์

    5.คลิก เพิ่มรูปภาพ รูปภาพทั้งหมดที่เลือกจะมาอยู่ในรูปสภาพสินค้า

    6.หากต้องการตั้งค่ารูปไหนให้เป็นหน้าปกสินค้า ให้คลิกที่คำว่า ปกสินค้า

 

  • ส่วนที่ 5 : จำนวนสินค้า / ราคา  กำหนด Option set โดยมีขั้นตอนดังนี้
    1.เลือกชุดคุณสมบัติ : จะแสดงให้เลือกตามที่เราตั้งค่า เช่น Size

    2.กดเลือกคุณสมบัติทั้งหมด หรือจะคลิกเลือกเฉพาะที่ต้องการ

    3.เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้ว คุณสมบัติจะมาอยู่ที่ด้านขวา

    4. คลิกที่ปุ่มบันทึก

    5. เราจะได้สินค้า ที่เป็น Size S, M , L แยกกัน โดยสามารถกำหนดจำนวนสต็อกและราคาสินค้าแต่ละตัวได้

 

  • ส่วนที่ 6 (ขวามือด้านบนสุด) : หมวดหมู่ โดยสามารถสร้างหมวดหมู่สินค้าได้ ในกรณีที่ยังไม่มีหมวดหมู่ โดยจัดการได้ดังนี้
    1.+ สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่ 

    2.กรอกชื่อหมวดหมู่สินค้า
    3.ในกรณีที่มีหมวดหมู่หลักอยู่แล้วอยากสร้างเป็นหมวดหมู่ย่อยให้คลิกเลือก + สร้างเป็นหมวดหมู่ย่อย แล้วเลือกหมวดหมู่หลัก หากยังไม่มีหมวดหมู่หลักให้สร้างหมวดหมู่หลักก่อน โดยที่ยังไม่ต้องเลือก

    4.คลิกที่ปุ่มสีฟ้า + สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่

    5.เมื่อสร้างหมวดหมู่เรียบร้อยแล้ว ให้คลิกเลือกหมวดหมู่สำหรับสินค้านี้ หากยังไม่สร้างหมวดหมู่หรือเลือกหมวดหมู่จะไม่สามารถบันทึกบทความได้

 

  • ส่วนที่ 7 : การจัดอันดับ หากต้องการให้ดาวสินค้าเพื่อแสดงถึงคุณภาพหรือความนิยมสามารถกดเปิด และเลือกคะแนนดาว หากไม่ต้องการใส่ให้กดปิด

 

  • ส่วนที่ 8 : นํ้าหนัก ระบุน้ำหนักเริ่มต้น(กรัม.) หากคิดค่าขนส่งตามนํ้าหนักต้องกรอกที่ส่วนนี้ด้วย

 

  • ส่วนที่ 9 : ตั้งค่าเฉพาะสินค้า
    -ป้ายแสดงสถานะสินค้า ใหม่ (New) , ขายดี (Best Seller) , สั่งจองล่วงหน้า (Pre Order) หากต้องการให้คลิกเลือกที่ช่อง
    -แสดงราคาสินค้า เปิด / ปิด
    -แสดงความคิดเห็นด้วย facebook เปิดใช้งานในกรณีที่ต้องการให้มีการแสดงความคิดเห็นภายในเนื้อหาบทความ โดยจะต้องทำการตั้งค่า Facebook API ก่อนสามารถดูวิธีการตั้งค่าได้ที่นี่
    -แบ่งปันไปยัง social ต่างๆ เป็นปุ่ม Share เนื้อหาผ่าน social media เมื่อผู้อ่านเห็นว่าบทความในเว็บไซต์ของเรามีประโยชน์หรือน่าสนใจอยากแชร์ก็สามารถแชร์ได้ โดยสามารถกำหนดช่องทาง Socail ได้ที่เมนู จัดการเว็บ > ฟีเจอร์อื่น ๆ > Social

ตัวอย่างป้ายสถานะสินค้า

  • ส่วนที่ 10 : แท็ก วิธีการใช้งานโดย พิมพ์คำที่ต้องการ แล้วกด Enter ทำซ้ำเพื่อเพิ่มคำอื่น ๆโดยคำที่ต้องการ คือ คีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับของเล่นเด็ก คีย์เวิร์ดก็จะเป็น ของเล่นเด็ก , แม่และเด็ก , พัฒนาการเด็ก เป็นต้น ซึ่งแท็กจะมีส่วนช่วยในการติดอันดับบน Google อีกด้วย

    หมายเหตุ : การเพิ่มสินค้าจาก Instagram ให้ดูขั้นตอนวิธีการใช้งานที่หัวข้อ เพิ่มสินค้าจาก Instagram