Google Ads
Google Ads

Google Shopping Ads คือ อะไร? โฆษณาเรียกขาช้อปที่เน้นยอดขายมากกว่ายอดคลิก

สถานการณ์ COVID-19 ทำให้ผู้คนต่างเปลี่ยนพฤติกรรมมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น แม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยจะซาลงแล้ว แต่พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคกว่า 25% ยังคงเลือกที่จะซื้อสินค้าออนไลน์แทนการซื้อที่ร้านค้าโดยตรง หลายธุรกิจจึงหันมาใส่ใจในการทำโฆษณาออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะ Google Search Ads ที่เมื่อพิมพ์ค้นหาสิ่งที่ต้องการ เว็บไซต์นั้นก็จะปรากฎให้เราเห็นในลำดับแรกๆ

แต่หน้าแสดงผลการค้นหา Google มีอะไรที่เด่นและสะดุดตามากกว่านั้น เคยสังเกตกันมั้ย ?

สมมติว่าคุณอยากซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ แต่ไม่รู้ว่าซื้อจากที่ไหนดีถึงจะได้ราคาที่คุ้มที่สุด
สิ่งแรกที่คุณจะทำคืออะไรคะ

เข้า Google เสิร์ชคำว่า รองเท้าผ้าใบ ใช่มั้ยล่ะ?

จากนั้นก็ปรากฎผลการค้นหาออกมาให้คุณเป็นแบบนี้

หน้าแสดงผล Google Search

คำถามคือ สิ่งแรกที่คุณมองเห็นคือตรงไหน? ใช่รูปภาพที่อยู่ด้านขวาหรือเปล่า?

ทั้งเด่น เห็นชัด บอกทุกอย่างครบในช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆอันเดียว น่าคลิกเข้าไปซื้ออย่างบอกไม่ถูก

สิ่งนี้เป็นโฆษณา Google ที่เรียกว่า Google Shopping Ads ค่ะ

Google Shopping Ads คือ อะไร?

Google Shopping Ads คือ การโฆษณาสินค้าบนหน้า Google ในรูปแบบของ Shopping Card โดยจะแสดงภาพสินค้า ราคาและชื่อร้านค้าไว้ในการ์ดเดียว เพื่อให้คนที่สนใจเสิร์ชเข้ามาสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย และกดเข้าไปซื้อได้ทันที

การทำงานของ Google Shopping Ads เป็นการหยิบเอาสินค้าจาก Shopping Feed (คลังสินค้าของร้าน) มาโชว์ให้ตรงกับ Keyword ของคนที่เข้ามาค้นหา เมื่อเข้ามาเจอทั้งรูป ราคา โปรโมชั่นที่โดนใจ จึงไม่ยากเลยที่เขาจะคลิกเข้าไปดูข้อมูลและตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว

Google Shopping Ads

กระตุ้นการขายจากการซื้อโฆษณา Google มากถึง 76.4%

อ้างอิงจาก https://www.searchenginewatch.com/2018/03/26/why-google-shopping-is-dominating-retail-search-marketing/

พูดได้เลยว่า Google Shopping Ads คือโฆษณาที่เหมาะมากกับร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าเยอะ แต่สินค้านั้นควรเป็นที่รู้จักอยู่แล้วพอสมควร (เพราะเขาต้องเสิร์ชคำนั้นเพื่อมาเจอเรา)

ส่วนใครที่ยังไม่มีร้านค้าออนไลน์
สามารถ สร้างร้านค้าออนไลน์ฟรี กับ MakeWebEasy ด้วยตัวเองได้เลยง่ายๆ

 

ทีเด็ดของ Google Shopping Ads

1) แย่งซีนทุกการค้นหา

ตำแหน่งของ Google Shopping Ads จะอยู่ด้านบนสุดและด้านข้างของหน้าแสดงผล (ด้านข้างมีเฉพาะบน PC นะ) แถมพื้นที่ก็มากกว่า Google Search Ads หรือ Organic Search ยิ่งบนโทรศัพท์มือถือนั้น แทบจะกินพื้นที่ไปเกือบ 100% เรียกว่าได้ซีนไปเต็มๆ เลยล่ะ

ผลลัพธ์แบบ Organic ถูกดันลงมาจนแทบจะหายไปเลย

2) ภาพสินค้าที่ดึงดูดให้ซื้อ มากกว่าคำโฆษณา

เปรียบเทียบระหว่าง text Ads vs Shopping Ads

จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีการคลิกที่ Shopping Ads มากกว่า Text Ads ถึง 30%

อย่างที่ยกตัวอย่างไปตอนต้นค่ะ เมื่อเข้าไปที่หน้าเสิร์ชแล้ว Google Shopping Ads คือ สิ่งที่ดึงดูดสายตาเป็นอย่างแรก ถ้าหนึ่งในบรรดา Shopping card ที่โชว์นั้นมีสินค้าที่เขาต้องการ ก็จะจูงใจให้เขาคลิกเข้าไปดูสินค้าต่อ โอกาสในการขายก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

รายละเอียดใน Shopping Card

เทคนิคการเลือกใช้รูปในการทำ Google Shopping Ads

  • ขนาด 250×250 pixel ขึ้นไป
  • รูปสินค้าที่คมชัดและพื้นหลังสีขาว จะช่วยให้สินค้าเด่นขึ้น
  • ไม่ควรมีลายน้ำ หรือ ใส่ข้อความในรูป เพราะนอกจากจะเห็นภาพสินค้าไม่ชัดเจนแล้ว ยังผิดนโยบายโฆษณาด้วย

มีคนจำนวนมากเข้า Google มาค้นหาสินค้าเพื่อเปรียบเทียบ รุ่น สี ราคา และมองหาร้านค้าที่โดนใจที่สุด การทำ Google Shopping Ads จะทำให้ร้านค้าของคุณ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของพวกเขาค่ะ

3) เข้าถึงสินค้าได้ง่าย และรวดเร็ว

เมื่อลองเปรียบเทียบกับ Google Search การคลิกโฆษณาแล้วเข้าไปที่เว็บไซต์ ลูกค้าของคุณต้องค้นหาสินค้าตามเมนูต่างๆ ต้องทำหลายขั้นตอนกว่าจะไปถึงตัวสินค้า หากสินค้าของคุณมีจำนวนมาก ลูกค้าที่เข้าไปหาสินค้าไม่พบก็อาจตัดสินใจออกจากเว็บไซต์ก่อนเจอสินค้าได้

Google Shopping Ads direct to Shopping Page

การโปรโมทสินค้าด้วย Google Shopping Ads คือ ทางเลือกที่ดี ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงหน้าสินค้าได้ทันที แค่คลิกเดียวก็พาลูกค้าเข้าไปที่หน้าสินค้า พร้อมกดสั่งซื้อได้เลย

4) ส่งตรงโฆษณา ถึงลูกค้าตัวจริงแน่นอน

ถ้าเขาไม่สนใจสินค้านั้นอยู่ เขาคงไม่มาเสิร์ช Google เพื่อค้นหาใช่มั้ยล่ะคะ ?
นั่นหมายความว่าเขามีความต้องการในสินค้านั้นอยู่แล้ว มีเปอร์เซนต์ที่จะมาเป็นลูกค้าของคุณสูงเลยล่ะ เมื่อเขาเสิร์ชคำค้นหาที่ตรงกับข้อมูลสินค้าในร้านของคุณ Google Shopping Ads ก็จะดึงรูปพร้อมข้อมูลสินค้านั้นออกมาแสดงต่อหน้าว่าที่ลูกค้าของคุณทันที

พื้นฐานของคนที่เสิร์ชหาสินค้าย่อมรู้จักสินค้านั้นในระดับหนึ่งและมีความต้องการซื้อสูง จึงมีโอกาสที่เขาจะเข้าไปค้นหาสินค้าอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน อาจจะไปเจอสินค้ารุ่นใหม่กว่า หรือสินค้าเสริม สินค้าที่ต้องใช้ร่วมกันในร้านค้าของคุณ อาจทำให้คุณได้ยอดขายมากกว่าเดิม ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลยล่ะ

Google Shopping Ads direct to website

5) ไม่ต้องคิดมากเรื่องเลือก Keyword

การทำ Google Shopping Ads คือทางด่วนในการโปรโมทสินค้าในร้านค้าออนไลน์ของคุณ เพราะไม่จำเป็นต้องมานั่งกังวลกับการเลือก Keyword ให้เหมาะกับสินค้าแต่ละชิ้นเลย แถมการตั้งชื่อสินค้าก็ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเหมือนกันค่ะ ระบบของ Google จะเป็นคนกำหนดเองว่าสินค้าชิ้นไหนที่ควรจะนำมาใช้แสดงบน Google โดยการดึงข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณมาเองโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลสินค้าที่คุณใส่เอาไว้ใน Shopping Feed

6) เช็คเรตติ้งสินค้าในร้านได้สบาย

เมื่อร้านค้าออนไลน์ของคุณมีสินค้าหลายร้อยหลายพันชนิด จะให้มายิงโฆษณาทีละตัวก็คงไม่ไหว Google Shopping Ads คือตัวช่วยให้คุณสบายมากยิ่งขึ้น เพราะการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ออกมาให้เลยนี่แหละ คุณก็จะรู้ว่าสินค้าตัวไหนที่มีคนเสิร์ชหาและคลิกเข้ามามากที่สุด และนำผลที่ได้ไปต่อยอดในการทำการตลาดออนไลน์ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นหรือการลงโปรโมช่องทางต่างๆ

 

เตรียมเว็บไซต์ให้พร้อมก่อนทำ Google Shopping Ads

มาถึงตรงนี้ ถ้าคุณเริ่มที่อยากจะทำ Google Shopping Ads ขึ้นมาแล้วล่ะก็ คุณต้องเตรียมเว็บไซต์ของคุณให้พร้อมซะก่อนค่ะ แล้วในเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้างล่ะ ?

  • ช่องทางการติดต่อ

เพื่อยืนยันกับลูกค้าและ Google ว่าร้านค้าของคุณมีอยู่จริง คุณต้องมีข้อมูล ช่องทางการติดต่อที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของร้านค้า

  • ระบบ SSL (HTTPS)

สิ่งนี้สำคัญสุดๆค่ะ เว็บไซต์ของคุณต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย SSL (HTTPS) เพื่อป้องกันการแฮ็กข้อมูลภายในเว็บไซต์ และยังเป็นการการันตีว่าเว็บไซต์ของคุณสามารถชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าได้อย่างปลอดภัยหายห่วง

  • รายละเอียด ช่องทางการชำระเงิน

เว็บไซต์ของคุณต้องมีรายละเอียดช่องทางการชำระเงินที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้ให้บริการ Payment Gateway  ชื่อธนาคาร เลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชีด้วย

  • ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินที่สมบูรณ์

เว็บไซต์ของคุณต้องมีระบบรถเข็น และระบบชำระเงินที่สมบูรณ์ หรือที่หลายคนเรียกจนติดปากว่า Thank you page นั่นเอง

  • นโยบายการคืนสินค้า

เว็บไซต์ของคุณต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีนโยบายการคืนเงิน (Refund) หรือคืนสินค้า (Return) ด้วยหรือไม่  มีเงื่อนไขในการคืนอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าส่งสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ สินค้ามีตำหนิหรือชำรุดเสียหาย พร้อมบอกระยะเวลาในการเปลี่ยนสินค้า คืนสินค้า คืนเงินเป็นเวลากี่วัน และถ้าหากไม่มีนโยบายการคืนเงิน/สินค้า ก็ควรระบุให้ชัดเจนค่ะ

 

นอกจากนั้น Google ยังมีนโยบายที่ทำให้เว็บไซต์ที่มี เนื้อหาต้องห้าม  ถูกจำกัดการแสดงผลหรือไม่สามารถทำ Google Shopping Ads ได้ด้วยนะ

เมื่อธุรกิจของคุณสอบผ่านทุกด่านที่ว่ามา 

ก็พร้อมที่จะเริ่มทำ Google Shopping Ads แล้วล่ะ!