ดีไซน์หน้าเว็บแบบไหนที่ส่งผลเสียต่อ SEO?

ทำไมเว็บไซต์ไม่มีคนเข้า? ทำไมเว็บไซต์ไม่ติด SEO อันดับดีๆ สักที ทั้งๆ ที่ทำมาตั้งนานแล้ว?

SEO คือสิ่งสำคัญของคนทำเว็บไซต์ ถ้าหากอันดับ SEO ของเว็บไซต์คุณร่วงลงไปอยู่อันดับท้ายๆ ก็เท่ากับว่าโอกาสที่ผู้ใช้จะเห็นนั้นเกือบเป็น 0 เลยทีเดียว

เว็บไซต์ที่ดีควรติดอันดับการเสิร์ชจากคีย์เวิร์ดนั้นๆ ในหน้าแรก หรือหน้าที่สองเท่านั้น (แต่หน้าแรกดีที่สุด) ซึ่งการทำให้เว็บไซต์ติด SEO อันดับต้นๆ นั้นมีหลากหลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคอนเทนต์, ดีไซน์ หรือจำนวนผู้เข้าชม ฯลฯ

แล้วทำไมเว็บไซต์ที่ทำมาตั้งนานยังไม่มีอันดับที่ดีขึ้นสักทีล่ะ? ลองมาดูบทความนี้กันก่อนว่าเว็บไซต์ของคุณถูกออกแบบให้มีลักษณะที่ส่งผลเสียต่อ SEO อย่างนี้หรือไม่...ถ้ามี รีบกลับไปแก้ด่วน!

 

หน้าเว็บมีแต่รูป ไม่มี Text!

เราเข้าใจว่ารูปภาพเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้ชมไว้ได้ด้วยความน่าสนใจในตัวมันเอง แต่คุณจะใส่รูปภาพที่มีข้อความไว้เยอะๆ บนหน้าเว็บโดยที่ไม่มี Text เลยไม่ได้! เพราะอะไร? เพราะอัลกอริธึมของ Google ไม่สามารถอ่านข้อความบนรูปภาพได้ ดังนั้นการจะใช้รูปภาพควรใช้เป็นการประกอบเนื้อหาเท่านั้น ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ควรใส่เป็น Text

แต่ถ้าต้องการออกแบบหน้าเว็บไซต์โดยเน้นรูปภาพจริงๆ ควรใช้ ALT Tag ซึ่งเป็นการใส่คำอธิบายรูปภาพ และสามารถใส่คีย์เวิร์ดลงไปได้ด้วย เพราะ Google จะอ่าน ALT Tag เป็น Text นั่นเอง

 

ใช้ Pop-Ups แบบน่ารำคาญ!

นอกจาก Google จะดูเนื้อหาคอนเทนต์ในหน้าเว็บไซต์เพื่อวิเคราะห์ผล SEO แล้ว Google ยังดูถึง "ประสบการณ์" การใช้งานของผู้ที่เข้ามาชมด้วยว่า คนส่วนใหญ่ที่เข้ามานั้นใช้เวลานานขนาดไหน หรือเข้าแล้วออกเลย ถ้าเกิดคนเข้ามาแล้วออกไปเลยมีจำนวนมากก็จะทำให้อันดับ SEO เราร่วงลงทันที

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การที่เจ้าของเว็บตั้งหน้าต่าง Pop-Ups ไว้บ่อย หรือเยอะมากจนดูน่ารำคาญ แม้จะมองว่าเนื้อหาใน Pop-Ups นั้นมีประโยชน์ต่อผู้ชมก็ตาม คนทำเว็บต้องอย่าลืมว่าคนที่เข้ามาหาเรา เขาต้องการคำตอบ หรือต้องการอ่านเรื่องที่น่าสนใจทันที แต่ถ้าเข้ามาแล้วเจอ Pop-Ups เด้งรัวๆ....กดออกดีกว่า มันน่ารำคาญเกินไป ดังนั้น ถ้าจะใช้วิธีการแจ้งเตือนแบบ Pop-Ups ต้องออกแบบให้ดี สวยงาม และน่าสนใจมากพอที่จะทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่าน่ารำคาญที่มันเด้งขึ้นมา

 

ระบบ Navigation ดูงงไปหมด!

ระบบ Navigation ภายในเว็บไซต์ก็คือ การจัดหมวดหมู่ หรือการนำทางภายในเว็บไซต์ ว่าผู้ที่เข้ามาแล้วจะหาสิ่งที่ต้องการได้ที่ไหน เช่น การจัดหมวดหมู่บน top menu ให้มองเห็นเด่นชัด หรือช่อง search box เป็นต้น ซึ่งการจัดการสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ชมสามารถค้นหาข้อมูลที่ตนเองต้องการได้ง่าย และไม่งง

 

รูปมีขนาดใหญ่เกินไป!

รูปที่มีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ ก็จะยิ่งมีความละเอียด และความคมชัดมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เจ้าของเว็บบางคนที่อยากให้หน้าเว็บมีรูปสวยๆ ชัดๆ ใส่รูปที่มีขนาด 20-30 MB เข้าไปหลายๆ รูป เพราะกลัวรูปแตก แล้วหน้าเว็บจะไม่สวย...

ผลเป็นยังไง? ผลก็คือ หน้าเว็บจะโหลดช้ามากๆ และส่งผลกระทบกับอันดับ SEO โดยตรงในเรื่องของ Page Performance เพราะมีความไม่สะดวกในการเข้าชม และผู้ชมส่วนใหญ่มักจะรอโหลดรูปในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วินาที เท่านั้น! ถ้าเกินจากนี้ โดนกดปิดแล้วเข้าเว็บอื่นแน่นอน

 

ใช้อะไรที่ล้าสมัย!

ย้อนไปก่อนหน้านี้สัก 10-15 ปี เว็บไซต์ส่วนใหญ่ใช้ Flash เป็นส่วนประกอบในการสร้างภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งดูแล้วสวยงามน่าชม แต่ถ้าใครยังใช้ Flash กับเว็บไซต์ในปัจจุบันนี้ คงถูกมองว่าเป็นเว็บล้าสมัย ตามไม่ทันเทคโนโลยี และถูกปิดไปอย่างแน่นอน รวมไปถึงการดีไซน์หน้าเว็บที่ล้าสมัยด้วยเช่นกัน

 

เปิดในมือถือลำบาก!

ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ Google นำมาเป็นเกณฑ์สำหรับจัดอันดับ SEO ด้วยก็คือ "เว็บไซต์นั้นรับชมบนมือถือ (Responsive Website) ได้สะดวกหรือไม่" ถ้าหากผู้ชมกดเข้ามาแล้วกดออกไปทันที Google จะไม่ให้คะแนนในส่วนนี้เลย เพราะอัตรา Bounce Rate ค่อนข้างสูง แสดงว่าเว็บไซต์ไม่เป็นมิตรต่อผู้เข้าชม ดังนั้น หากเว็บไหนยังไม่ปรับเป็น Responsive รับรองว่าอันดับร่วงแน่นอน

ข้อมูลบริการเพิ่มเติม
website : https://www.makewebeasy.com
โทร : 02 217 7999
Line : @makewebeasy
Facebook : facebook.com/makewebeasy
Twitter : twitter.com/makewebeasy
Instagram : instagram.com/makewebeasy

Related Post

Comments

comments