“ตั๊ก-ปิยาภัสร์ ค้ำชู” เริ่มจากศูนย์สู่หลักล้าน กับความเป็น Perfectionist ด้านธุรกิจชุดแต่งงาน

          หลายคนอาจไม่รู้จักชื่อ ตั๊ก-ปิยาภัสร์ ค้ำชู หรือคงได้ยินมาบ้างหากเป็นคนที่เคยคลุกคลีกับแวดวงเวดดิ้งสตูดิโอ แต่ถ้าพูดถึงร้านเช่าชุดแต่งงานซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกในฝันของว่าที่เจ้าสาวหลายๆ คน เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าในตัวเลือกนั้นย้อมต้องมีชื่อของ Fullrichbride (ฟูลริชไบรด์) อยู่เป็นแน่

          ครั้งนี้ MakeWebEasy ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับพี่ตั๊ก ผู้ซึ่งเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของ Fullrichbride ร้านเช่าชุดแต่งงานที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ‘เป๊ะ’ ที่สุดในประเทศไทย เรื่องแนวคิดการทำธุรกิจ และจุดพลิกผันที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จแตะหลักร้อยล้านในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

กว่าจะมาเป็น Fullrichbride

          มันต้องเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราไปขอเช่าห้อง ตอนนั้นเขาให้เช่าอยู่ประมาณ 4,000 บาท เราก็ไปขอเขาอยู่ฟรี 2 อาทิตย์ โดยที่ไม่มีตังค์จ่ายค่าล่วงหน้า ก็ให้สัจจะกับทางเจ้าของห้องว่า เราจะหาเงินประมาณซัก 2 อาทิตย์นะคะ ขอแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น จะหาเงินมาจ่ายค้าห้องให้ได้ แต่ขออยู่ก่อน แล้วก็บอกเขาว่าเรามีความฝันว่าเราอยากเป็นเจ้าของกิจการ แต่อยู่ดีๆ จะมามีตังค์ลงทุนทำชุดแต่งงาน โอ๊ย.. มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ มันต้องเริ่มตั้งเป้าก่อนว่าเราจะหาเงินยังไง

          บังเอิญโชคดีมากคือได้เพื่อนเป็นช่างซ่อมจักร แล้วเขาก็มีพวกจักรมือ 2 ขายผ่อนอะไรประมาณนี้ เราก็ไปขอยืมจักรเย็บ จักรโค้ง ขอยืมเตารีดพี่สาวมาค่ะ ขอยืมกรรไกรพี่สะใภ้ ขอกระดาษ ขอปากกา ขอไม้บรรทัด ขอลูกกลิ้ง ขอคาร์บอน แล้วก็เริ่มต้นจากการเย็บกางเกงเลค่ะ ค่าแรงเย็บตอนนั้นตัวละประมาณ 35 บาทเท่านั้นเอง เราก็ตั้งเป้าว่าเราต้องการทำรายได้วันละเท่าไหร่ เย็บได้กี่ร้อยตัว จำนวนเท่านั้นได้รายได้เท่าไหร่ ตอนนั้นน้อยสุดที่ทำได้คือ 1,500 มากที่สุดคือประมาณ 3,500 บาท เย็บแบบหูดับตับไหม้จ้ะ จนกระทั่งเราเริ่มเก็บเงินเก็บเล็กผสมน้อย แต่ว่ายังไม่ได้เริ่มทำเป็นชุดแต่งงาน เปิดร้านครั้งแรกเป็นชุดราตรีเพื่อนเจ้าสาวให้เช่าค่ะ แล้วจากนั้นก็ค่อยๆผันตัวมาเป็นชุดแต่งงาน

พูดถึงแพสชั่นในการทำชุดแต่งงาน

          เอาเรื่องจริงเนอะ น่าจะมันส์อ่ะเรื่องนี้ โอเค เรื่องนี้ไม่เคยพูดที่ไหนเลย เราเคยมีประสบการณ์ที่เราไปเป็นลูกน้องในเวดดิ้งสตูดิโอ ถามว่าหลายที่มั้ย? ก็หลายที่เนอะ เราก็ได้เห็นอย่างนึงที่วงการเวดดิ้งมีรอยรั่วเยอะมากนั่นคือระบบที่เขาวางไว้ไม่โอเคเลย เวลามีปัญหาลูกค้าก็มักจะมาลงกับกับคอสตูม ชุดมันเก่า ชุดมันสกปรก เครื่องประดับพัง ตอนนั้นเรายังเด็กมาก เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่ลงทุน เขาลงทุนกับการจัดร้านสวย ลงทุนกับพนักงานขายเก่งๆ แต่ว่าไม่ลงทุนกับคุณภาพของชุดแต่งงานและระบบเลย ด้วยความที่พี่ตั๊กมีประสบการณ์ของการเป็นลูก เป็นหลาน เป็นน้องสาวเจ้าของร้านชุดนักร้องให้เช่า ก็จะรู้ว่าเราจะต้องรันระบบยังไงเพราะว่าระบบของการเช่าชุดนักร้องเนี่ยคือออกประมาณ 3-4 ชั่วโมง 30-40 ชุด บางวัน 90 ชุด

ตอนนั้นต้องบอกว่าเป็นแพสชั่นด้านลบที่อยากจะทำให้วงการเวดดิ้งต้องสะเทือน เขาทำอะไรไม่ดี ตั๊ก Fullrich จะทำทุกอย่างให้เพอร์เฟ็คหมดเลย มันก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด Fullrich อย่างในทุกวันนี้ พี่มองว่าการที่พี่ทำทุกอย่างให้มันเพอร์เฟ็คมันเลยกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ Fullrich มีชื่อเสียง เพราะเราขายคุณภาพ ขายระบบ ขายความปลอดภัย ขายความไม่ผิดพลาดเลย

เสน่ห์ที่ทำให้ Fullrich แตกต่างจากที่อื่น

          ถึงเราจะมี passion ของแรงแค้นในการทำ FullrichBride ขึ้นมา แต่จริงๆแล้ว ลึกๆเราอยากทำทุกอย่างให้ดี พอเราทำทุกอย่างให้ดี ปราณีต ใส่ใจกับลูกค้าทุกรายละเอียด เราละเอียดอ่อน เราทำจากใจจริงๆ เพราะเราไม่อยากให้มันผิดพลาดเลย เราฝังในหัวตัวเองว่าเขาแต่งงานครั้งเดียวในชีวิต เขาเก็บเงินมานานมาก มันเป็นชีวิตของลูกผู้ชายคนนึง ของลูกผู้หญิงคนนึง เราเลยมีความรู้สึกว่าเราจะทำมันให้ดีที่สุด ความที่มันมีแพสชั่นของการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าพี่ว่ามันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ลูกค้าหลงรักแล้วบอกต่อ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ตั๊กถึงกล้าตีแบรนด์ออกไปให้โลกออนไลน์เห็นว่า Fullrich เราขาย Perfectionist ซึ่งพี่ตั๊กจะเขียนเป็นคอนเทนต์เสมอค่ะว่า เจ้าสาว Perfectionist ต้องเลือก Fullrich เท่านั้น

ทำยังไงให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก

          ตอนแรกเราใช้วิธีการเดินแจก พื้นฐานมากค่ะ ปริ้นท์นามบัตรยืนแจกที่เดอะมอลล์ ถามว่าประสบความสำเร็จมั้ย? คนรู้จักมั้ยเวลาขับรถผ่านหน้าร้าน? ก็รู้จักไง แต่รู้จักกันในแค่วงตรงนั้นน่ะค่ะ วงที่เราสามารถเดินไปแจกนามบัตรได้ แต่เราอยากจะโต เราอยากจะทำให้กิจการมันไม่ใช่แค่เป็นร้านสี่เหลี่ยมใต้ถุนคอนโดเล็กๆ

จุดเปลี่ยนจากออฟไลน์มาสู่ออนไลน์

          วันที่มีพี่คนนึงเข้ามาถามว่าตั๊กรู้จักพวกเว็บฟรีไหม บอกตรงๆค่ะ จบม.3 ขณะนั้น คอมพิวเตอร์พี่ยังไม่รู้เลยว่าที่เปิดปิดเครื่องมันอยู่ตรงไหน แต่ Fullrich เปลี่ยนจากออฟไลน์มาเป็นออนไลน์เพราะการที่อนุญาตให้ตัวเองได้เรียนรู้ในส่วนของออนไลน์นั่นเอง แน่นอนตอนนั้นไม่ได้มีเงินมากมาย เราจึงใช้เว็บไซต์ฟรี แล้วก็พิมพ์คีย์เวิร์ดลงไปค่ะ เช่น ชุดราตรีเช่า 500 บาททุกชุดพร้อมเครื่องประดับ ตอนนั้นกลายเป็นจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์แล้วก็ดังเร็วมาก เพราะว่าเราน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เป็นร้านเช่าชุดเพื่อนเจ้าสาว และเจ้าแรกเลยที่อยู่ใน Google และในเว็บไซต์

สำหรับ Fullrich เนี่ยถ้าคำว่าออฟไลน์น่าจะเป็นการบอกต่อ โดยที่เขาเพื่อนกัน เจอกันในงาน แต่พอมันเป็นออนไลน์ การบอกมันจะกลายเป็นการที่เขาพูดทีเดียวสะเทือนถึงทุกคนที่เป็นเพื่อนเขาเลย

ปัญหาที่ยากและท้าทายของการทำธุรกิจ

          พี่มักจะเจอคนจำนวนนึงที่ไม่เคารพลายเซ็นตัวเองค่ะ เซ็นอะไรไม่ค่อยอ่าน ไม่เคารพในสิ่งที่ตัวเองเซ็นลงไป มันเป็นจุดบอดของธุรกิจร้านชุดแต่งงานเลย แม้ตอนเซ็นเอกสารจะให้น้องที่ทำฝ่ายธุรการอธิบายเอกสารก็แล้ว ให้ลูกค้าอัดเสียงไปก็แล้ว จริงๆ พี่ว่ามันเป็นจุดที่ยากของธุรกิจหรือเปล่า? เป็นสิ่งที่ไม่ว่าพี่จะเขียนให้ใหญ่ติดข้างฝาบ้านฟูลริช แต่ถ้าคนมันไม่เคารพก็คือไม่เคารพ นี่คือจุดที่ยากจริงๆนะ  ยอมรับว่ายากมากค่ะ แต่ในที่สุดแล้วไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ในกฎหมายของประเทศไทยมันจะจบด้วยเอกสารนั่นก็คือกระดาษค่ะ

มองอนาคตของ Fullrich ไว้อย่างไร

          ถามว่าสามารถเติบโตได้มั้ยก็ตอนนี้ก็อยู่ที่ใจพี่เนี่ยแหละว่าอยากจะให้เขาโตไปแค่ไหน แต่ตอนนี้รู้สึกว่าประมาณนี้กำลังน่ารัก มีหลายท่านถามว่าอยากขยายสาขามั้ย? อยากให้เขาโตกว่านี้มั้ย? คือพี่ยังให้ความสำคัญกับการที่พี่ตั๊กต้องดูแลลูกค้าใกล้ชิด คืออยากจะตื่นมาแล้วได้คุยกับลูกค้า ดูลูกค้า ตัดผ้าแล้วอยู่ในเอเรียที่เราสามารถที่จะคุมงานได้

ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจลูกน้องนะ ไว้ใจลูกน้องทุกคน แต่เรามีความสุขที่เราจะได้สัมผัสกับลูกค้า ได้คุย ได้หยอก ได้ดูแล เรามีความสุขตรงนี้ เราไม่ได้โฟกัสเรื่องเงินแล้ว ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ

ข้อคิดถึงคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

          พี่ตั๊กให้คาถานี้เลยค่ะ ‘จบน้อย ทำมาก’ นะคะ จบน้อยคุณต้องทำให้มากกว่าคนอื่น คุณไม่รู้ภาษาอังกฤษคุณต้องไปเรียน คุณติดอะไรอยู่คุณต้องไปเรียน ทุกวันนี้มนุษย์สร้างเทคโนโลยีที่เรียกว่า YouTube มีที่เรียนฟรี จะเรียนตัดผ้าฟรียังมีเลย เรียนการขายฟรีก็ยังมี เราเนี่ยจบน้อย ทุนน้อย ต้องมีความพยายามให้มาก ต้องมีความขยันให้มาก เราต้องมีอะไรที่คนอื่นทำไม่ได้ค่ะ ถ้าคนอื่นทำได้ง่าย ทุกคนก็ทำเหมือนพี่ตั๊กไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมนะคะ ขยัน อดทน มีศีลธรรมจรรยา และข้อสุดท้ายคือกตัญญูกับพ่อแม่ค่ะ พระในบ้านศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

สำหรับใครที่อยากชมชุดแต่งงานที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบ เป๊ะ และเพอร์เฟ็กต์ที่สุด ลองเข้าไปชมกันได้ที่ www.fullrichbride.com นะคะ 🙂

Related Post

Comments

comments