เคสตัวอย่างความสำเร็จของลูกค้าที่ทำ Google Ads แล้วธุรกิจเติบโตขึ้นจริง!

การทำ Google Ads หรือโฆษณาบน Google เป็นการทำการตลาดอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บ E-Commerce ขนาดเล็ก ไปจนถึงแบรนด์ดังเจ้าใหญ่แทบทุกแบรนด์ ต่างก็เลือกใช้ Google Ads เป็นหนึ่งในช่องทาง Online Marketing ทั้งนั้น หากไม่เชื่อคุณลอง search หามือถือ หรือรองเท้ายี่ห้อดังหลายๆ รุ่น คุณจะเห็น Ads แทบทุกอัน ทั้งในรูปแบบของ Search และ Shopping Ads และถ้าคุณกด Ads ตัวใดตัวนึงเข้าไปนะ คุณจะเห็นโฆษณาสินค้านั้นๆ ไปอีกสักพักใหญ่ๆ เลยล่ะ จนบางทีคุณอาจจะอยากซื้อให้มันจบๆ ไปก็เป็นได้ (เพราะผู้เขียนก็เป็นครับ ฮ่าๆๆ)

การที่แบรนด์ใหญ่ๆ เลือกใช้ Google Ads เป็นหนึ่งช่องทางในการทำการตลาด สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของ Google Ads ได้เป็นอย่างดี และการวางแผนที่ถูกต้อง ยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้ยอดขายคุณเพิ่มขึ้น ธุรกิจโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทีมงาน Makewebeasy ก็มีบริการ รับทำ Google Ads ให้กับลูกค้าที่สนใจด้วย ส่วน Google Specialist ของเราเองก็มีประสบการณ์ในการทำ Ads ของลูกค้าให้ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายราย เราเลยจะมายกเคสตัวอย่างให้เห็นกันว่า ลูกค้าเราทำ Google Ads แล้วมีผลตอบรับเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

มีลูกค้าใหม่เข้าทุกวัน

ลูกค้าของเราเจ้าหนึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เกี่ยวกับเรื่องระบบการชำระเงิน เริ่มต้นทำ Google Search Ads กับเราตั้งแต่ช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายว่าอยากได้ลูกค้ามาสมัครใช้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ทางทีมงานจึงวางแผนวิเคราะห์ธุรกิจของลูกค้า แล้วเริ่มสร้างแคมเปญโดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่มตาม Location พร้อมประเมินราคา Keyword ที่ลูกค้าต้องการ และกำหนดงบประมาณต่อวันไว้ไม่ให้ลูกค้าจ่ายแพงจนเกินไป แต่ก็ไม่ให้น้อยจนไม่ได้ลูกค้าเข้ามาเลย

หลังจากแคมเปญเริ่มออนไลน์ ทีมงานก็นำข้อมูลมาวิเคราะห์อีกครั้ง แล้วทำการ optimize แคมเปญ คัดกรองคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพื่อให้โฆษณาไปแสดงผลยังกลุ่มเป้าหมายของเราให้ตรงมากที่สุด จะได้ไม่เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะถ้าโฆษณาเราไปขึ้นในคีย์เวิร์ดอื่นที่เราไม่ได้ตั้งใจไว้ แล้วมีคนคลิกเข้ามา เท่ากับว่าลูกค้าจะเสียเงินค่า Ads ไปเปล่าๆ และได้ลูกค้าไม่ตรง Target อีกต่างหาก

เมื่อปรับแต่งชุดโฆษณา และกรองคีย์เวิร์ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว โฆษณาชุดนี้ก็ถึงจุดลงตัวที่สามารถปล่อยให้ Ads รันเองได้ตลอด โดยที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีลูกค้าใหม่เข้าทุกวัน ในงบประมาณโฆษณาที่ลูกค้ายอมรับได้ ไม่ถูก และไม่แพงจนเกินไป และตอนนี้ลูกค้าก็ยังแฮปปี้กับเราอยู่ครับ

 

สร้าง Conversion วัดผลได้จริง

Conversion คือตัววัดผลผู้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา และมี Action ในสิ่งที่เราต้องการ เช่น การสั่งซื้อของ, การกรอกแบบฟอร์ม หรือการสมัครสมาชิก เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไรเป็นหลัก ซึ่งลูกค้ารายหนึ่งของเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้าปลีกประเภทหนึ่ง แล้วต้องการได้ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นจากการทำเว็บไซต์ เลยมาทำแคมเปญกับเรา

หลังจากที่ทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ และ Target เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เริ่มออนไลน์ชุดโฆษณาทันที ซึ่งในช่วงแรกยังพบว่ามีคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่มาก และไม่ได้เป็น Buying Keyword จึงทำการกรองออกกว่าร้อยคำ เมื่อกรองคีย์เวิร์ดออกแล้ว ก็ได้ทำการ Optimized Ads อีก 1-2 ครั้ง จึงเริ่มเห็นผลว่า ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่คลิกผ่าน Ads มีการตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยสร้าง Conversion Track จากปุ่ม “ซื้อสินค้า” จนถึง “หน้าขอบคุณ” ซึ่งเป็นหลักฐานว่ามีกระบวนการสั่งซื้อจนถึงการชำระเงินเรียบร้อยแล้วจึงนับเป็น 1 Conversion หมายความว่าเราได้ยอดขายจริง และใช้เป็นตัววัดผลได้ว่าโฆษณาที่ทำไปนั้นได้ผลจริงๆ

 

สร้าง Brand Awareness คู่ไปกับการหาลูกค้าใหม่!

มีลูกค้าเรารายหนึ่งเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ และเพิ่งมีเว็บไซต์ของตัวเองครั้งแรก เลยอยากทำโฆษณา Google Ads เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ควบคู่ไปกับการหาลูกค้ามาใช้บริการ จึงเลือกทำสองแคมเปญก็คือ Google Search เพื่อหาลูกค้าใหม่ และ GDN เพื่อสร้าง Awareness

แคมเปญ GDN ที่ใช้งานเพื่อเน้นสร้าง Awareness ให้คนรู้จักเยอะๆ ก็มีลูกค้ากดแบนเนอร์เข้ามายังเว็บไซต์อยู่บ้าง โดยมีผู้กดเข้ามาเกือบ 500 คน แต่คลิกที่เข้ามาก็เป็นผลพลอยได้ เพราะจุดประสงค์ของ GDN จริงๆ คือการแสดงผลให้เยอะที่สุด ส่วนการแสดงผลของแบนเนอร์ GDN นั้น แสดงผลรวมกันไปกว่า 4.4 แสนครั้งแล้ว โดยใช้งบประมาณสำหรับ GDN ราวๆ 4 พันบาท เท่านั้น ก็นับว่าเม็ดเงินที่ใช้ลงทุนไปค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียว

 

โฆษณาได้ผล ใครเห็นก็คลิก!

การวัดผลว่า Ads Text ที่สร้างขึ้นไปจี้จุด Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายเรา หรือว่าไปกระตุ้นความสนใจได้จริงๆ หรือไม่ เราจะวัดผลจาก CTR (Click Through Rate) หรืออัตราคนคลิกต่อจำนวนคนที่เห็น ซึ่งสามารถชี้วัดได้ว่าคำโฆษณาของเราใช้ได้ผลจริง หรือต้องปรับปรุง

มีลูกค้าของเราเจ้าหนึ่ง ต้องการทำ Google Ads เพื่อให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้น และได้ลูกค้าเยอะขึ้น แต่ธุรกิจของลูกค้ารายนี้ต้องอาศัยการติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์เป็นหลัก ก็เลยมาเลือกวัดผลตามจำนวนคนที่เห็นโฆษณาแล้วคลิกเข้ามาดูเว็บไซต์จะดีกว่า ซึ่งทีมงานก็ได้ทำ Google Search ให้ และปรับ Ads Text อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งได้ Ads Text และ Target Group ที่ลงตัวที่สุด ทำให้ CTR สูงถึง 15.32% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะโดยปกติ CTR ระดับกลางๆ จะอยู่ที่ 4-6% ถ้าต่ำกว่านี้ถือว่าไม่ดีแล้ว และถ้า CTR ยิ่งสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็แสดงว่าโฆษณาของเราได้ผลมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ลูกค้าอีกรายหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนทองคำ ต้องการที่จะนำเสนอระบบของแบรนด์ตนเองให้คนรู้จัก และมาทดลองใช้งานมากขึ้นผ่านการทำ Google Ads ซึ่งหลังจากทีมงานได้เซ็ต และ optimized แคมเปญจนอยู่ตัวแล้ว อัตรา CTR พุ่งสูงขึ้นถึง 34.86% แสดงว่า Ads Text ใช้ได้ผล สามารถดึงดูดคนให้คลิกได้ และแสดงว่า Target ที่ตั้งไว้ก็ตรงกับความต้องการของลูกค้าเช่นกัน

*การทำ Google Ads ควรได้ CTR สูงกว่า 5% ขึ้นไป

 

เคสตัวอย่างลูกค้าทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่เราดูแลอยู่เท่านั้น ยังมีลูกค้าใหม่อีกหลายรายที่เราต้องทำการเรียนรู้ และเข้าใจธุรกิจของลูกค้าให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะได้วางแผนกำหนด Target และปรับแต่ง Ads ให้ตรงกลุ่มมากที่สุด เพราะการทำ Google Ads ถ้าวางแผนดี กำหนด Objective ชัดเจน บวกกับการเข้าใจธุรกิจของลูกค้า และ Target ได้ทั้งหมด รับรองว่าทำไปไม่ขาดทุนแน่นอน และยังจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ อีกด้วยครับ หากท่านใดสนใจบริการ รับทำ Google Ads กับทีมงานของเราก็สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาตามช่องทางด้านล่างได้ทันที เรามีทีมงานคอยให้บริการตลอดครับ 😀

Comments

comments