SEO
SEO

คนทำ SEO ต้องรู้! การวัดผลการตอบแทนของการลงทุน

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำ SEO นั้นไม่มีต้นทุน แต่จริงๆ แล้วเราสามารถคำนวณ ROI
(Return on investment) ของการทำ SEO ได้!

 

เราจะมาเจาะ ROI ของ SEO ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่เจ้าของเว็บไซต์และธุรกิจต้องเข้าใจกันนะคะ แต่สำหรับนักการตลาดและผู้ดูแลเว็บไซต์ในบริษัทนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่ามาเลยทีเดียว แน่นอนว่าเราในฐานะคนทำ SEO ไม่สามารถทำงานที่สำคัญและมีกำไรได้ หาก เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันทำกำไรได้นั่นเองค่ะ 

 

แล้วเจ้า ROI มันคืออะไร ?

 ใครที่เคยได้ยินผ่านๆแต่ยังงงๆอยู่นั้น เราได้สรุปมาให้ทุกคนได้เข้าใจกันง่ายๆตามนี้เลยค่ะ

คำว่า Return on Investment หรือ ROI เป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดในการช่วยตัดสินใจการลงทุนค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานเลยก็ว่าได้ มักจะใช้สำหรับเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนในอนาคต และประเมินผลการลงทุนในอดีตค่ะ โดยการคำนวณผลตอบแทนการลงทุนให้เป็นตัวเลขตัวเดียวที่มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนตรงนี้เราสามารถหยิบตัวเลขดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับทางเลือกการลงทุนอื่นๆได้ โดยการลงทุนที่น่าสนใจ ค่า ROI ต้องเป็นบวกค่ะ แต่จริงๆแล้วแม้ค่า ROI มาก ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไปนะคะ ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงอื่นๆเพิ่มด้วยนั่นเองค่ะ

 

ซึ่ง ROI เราจะคำนวณจาก (ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุน – เงินทุนที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ) / เงินทุนที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ

 

ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะคะ เช่น  นางสาวเอได้ลงทุนในหุ้น MWE  เมื่อ 3 ปีที่แล้วเป็นเงิน 20,000 บาท ระหว่างที่ถือหุ้น MWE นางสาวเอก็ได้เงินปันผลรวม 1,500 บาท และตัดสินใจขายในปัจจุบันได้เงิน 24,000 บาท ดังนั้นการลงทุนในหุ้น MWE นี้จะได้ ROI เท่ากับ (24,000 + 1500) – 20,000) / 20,000 = 27.5% 

 

ซึ่งอย่างที่บอกไปด้านบนนะคะว่าตัวเลข ROI จะต้องเป็นบวก เพราะหากติดลบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่านั่นเองค่ะ

 

โน้ตไว้ตัวแดงๆ เลยนะคะ ว่าทุกคนอย่าลืมใส่ต้นทุนค่าเสียโอกาส ต้นทุนในการทำธุรกรรม เช่น ค่านายหน้าในการซื้อขายสินทรัพย์ ต้นทุนภาษี ค่าบำรุงรักษา และอีกต้นทุนมากมายนะคะ เพราะถ้าเราลืมใส่เข้าไป อาจทำให้เรามองเห็น ROI ที่สูงเกินจริงแล้วตัดสินใจผิดพลาดได้ค่ะ 

 

แล้วROI ของ SEO คืออะไร? ทำไมต้องวัดผล?

ROI ของ SEO นั้นจะคำนวณผลตอบแทนการลงทุนจากการปรับประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา เช่น การอัพเดตเนื้อหาต่างๆที่แทรกคีย์เวิร์ด SEO ในหน้าเว็บไซต์อยู่เสมอ  อยากให้ทุกคนคิดว่าการทำ SEO นั้นเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างผลกำไร จะไม่เป็นการสร้าง ROI แบบรวดเร็วเหมือน PPC ที่จ่ายค่าคลิกแล้วจะมีการคาดการณ์จำนวนคนเข้าชมเลย 

ส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุแรกที่การคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนของแคมเปญ SEO นั้น ยากในช่วงแรกๆ ก็เพราะว่าการคำนวณนี้ไม่มีสูตรตายตัวที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ 100% ได้ค่ะ ROI ของ SEO นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมาย รวมถึงประเภทของธุรกิจ กลยุทธ์เฉพาะของเรา และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

ทำไมถึงต้องวัด SEO ROI? 


ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเราได้กำไรจากลงทุนในกลยุทธ์ SEO บ้างหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่ากลยุทธ์ไหนที่เราใช้แล้วมีประสิทธิภาพดีที่สุด และกลยุทธ์ไหนเราควรปรับปรุง ถ้าเราไม่คำนวณ ROI เราก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยค่ะ ว่าแคมเปญ SEO ที่เราทำไปนั้นคุ้มกับความพยายามหรือไม่   หรืออาจจะคำนวณดูว่าจริงๆ แล้ว เรามีต้นทุนในการทำ SEO เท่าไหร่ และถ้าจะต้องลงทุนทำเองหรือจ้างทำจะต้องลงทุนมาก-น้อยแค่ไหนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับธุรกิจ

เราจะคำนวณ ROI ของ SEO ได้ยังไง?

การคำนวณ ROI ของ SEO นั้นคล้ายกับการคำนวณ ROI ปกติเลยค่ะ  ซึ่งสิ่งที่เราต้องมีคือตัวเลขสองตัวนั่นก็คือ 

  1. ต้นทุน SEO : จำนวนเงินที่เราใช้ในแคมเปญ SEO ของคุณ 
  •  หากเราใช้เอเจนซี่ในการจัดการ SEO  แม้ว่าค่าบริการ SEO จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแพ็คเกจแต่ละที่ แต่แพ็คเกจส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมรายเดือนคงที่ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้ง่ายต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายของเราค่ะ
  • ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือต่างๆ ในการคำนวณ SEO ของเรา   ตัวอย่างเช่น หากเราใช้ Mangoos ให้นำค่าใช้จ่ายรายเดือนของเครื่องมือมาคำนวณ ควบคู่ไปกับซอฟต์แวร์ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราใช้
  • ต้นทุนอื่นๆที่ใช้จ่ายในการทำ SEO เช่น ค่าเสียเวลา

 

       2. กำไร SEO : จำนวนเงินที่เราได้รับกลับมาจากแคมเปญ SEO ของคุณ

       หลังจากนั้นเรามาเข้าสูตรกันเลยค่ะ นั่นก็คือ (กำไรจาก SEO  – ต้นทุน SEO ที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ) / ต้นทุน SEO ที่ลงทุนไปและต้นทุนอื่นๆ

     ถ้าหากว่าผลลัพธ์ ROI นั้นเป็นบวก แน่นอนเลยว่าการลงทุนไปกับ SEO นั้นคุ้มค่าแล้วนั่นเอง

 

สรุป

  1. เราวัดROI เพื่อคำนวณดูว่าจริงๆ แล้ว เรามีต้นทุนในการทำ SEO เท่าไหร่ และถ้าจะต้องลงทุนทำเองหรือจ้างทำจะต้องลงทุนมาก-น้อยแค่ไหนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับธุรกิจ
  2. ผลตอบแทนการลงทุนของ SEO นั้นมาจากการปรับประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา เช่น อัพเดตคอนเทนต์ในเว็บไซต์อยู่เสมอ
  3. สิ่งที่ใช้ในการคำนวณ ROI ของ SEO คือ ต้นทุน SEO และ  กำไร SEO
  4. ผลลัพธ์ ROI จะต้องเป็นบวก เพราะหากติดลบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่านั่นเองค่ะ