Website, E-Commerce, Feature Tips
Website, E-Commerce, Feature Tips

ค่าธรรมเนียมการขาย Marketplace สูงขึ้น ร้านค้าออนไลน์รับมืออย่างไร?

สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์หลายคน ปัญหาที่กำลังเจอเหมือนกันในตอนนี้ คือ ค่าธรรมเนียมการขายบน Marketplace ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าโฆษณา หรือค่าบริการเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อกำไรโดยตรง และในปี 2026 แนวโน้มนี้ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันนี้เราจะพาไปดูว่า ค่าธรรมเนียม Marketplace ส่งผลกับร้านค้าออนไลน์อย่างไร พร้อมแนะนำวิธีรับมือที่ธุรกิจยุคนี้ควรรู้ เพื่อช่วยรักษากำไรให้ธุรกิจกัน

 

เลือกอ่าน หัวข้อที่สนใจ

เหตุผลที่ธุรกิจออนไลน์ต้องให้ความสำคัญกับค่าธรรมเนียมการขาย

หลายคนเวลาตั้งราคาสินค้า อาจจะคิดแค่ต้นทุนสินค้า กับกำไรที่อยากได้ แต่ลืมไปว่า ยังมี ค่าธรรมเนียมการขาย ที่แพลตฟอร์มหักจากทุกออเดอร์อีกด้วย

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า ขายสินค้าได้ 500 บาท แต่โดนหักค่าธรรมเนียม 10–15% เท่ากับเงินหายไปทันที 50–75 บาท ทั้งที่ยังไม่รวมค่าโฆษณา ค่าส่ง หรือค่าแพ็กสินค้าเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายกำไรที่เหลือจริง ๆ อาจน้อยกว่าที่คิดมาก

ยิ่งตอนนี้หลายแพลตฟอร์มทยอยปรับขึ้นค่าธรรมเนียมทุกปี ร้านค้าที่ไม่ปรับตัวก็อาจโดนต้นทุนกินกำไรไปเรื่อย ๆ แม้ยอดขายจะดูดี แต่เงินที่เข้ากระเป๋าจริงอาจไม่ได้เพิ่มตามยอดขายเลยค่ะ

 

อัปเดตค่าธรรมเนียมการขายผ่าน Marketplace ปี 2026

ในปี 2026 หลายแพลตฟอร์ม Marketplace เริ่มทยอยปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการขาย ทั้งค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมธุรกรรม และค่าบริการต่าง ๆ ส่งผลให้ต้นทุนของร้านค้าออนไลน์สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบันค่าธรรมเนียมไม่ได้มีเพียงค่าคอมมิชชันเหมือนในอดีต แต่ยังรวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าบริการแพลตฟอร์ม และค่าบริการเสริมอื่น ๆ ที่ถูกคิดเพิ่มในแต่ละออเดอร์อีกด้วย

  • Shopee ค่าธรรมเนียมรวมโดยประมาณอยู่ที่ 8–15% ต่อออเดอร์
  • Lazada ค่าธรรมเนียมรวมโดยประมาณอยู่ที่ 5–17% ต่อออเดอร์
  • TikTok Shop ค่าธรรมเนียมรวมโดยประมาณอยู่ที่ 6–10% ต่อออเดอร์

 

ตัวเลขอ้างอิงจากค่าธรรมเนียมพื้นฐานของแต่ละแพลตฟอร์ม และอาจแตกต่างกันตามหมวดสินค้า ประเภทร้าน และโปรแกรมส่งเสริมการขายที่เข้าร่วม

 

แล้วร้านค้าออนไลน์ควรรับมืออย่างไร?

พอรู้แล้วว่าค่าธรรมเนียมการขายส่งผลต่อกำไรโดยตรง สิ่งสำคัญต่อไปคือการวางแผนรับมือให้ธุรกิจไปต่อได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ผู้ประกอบการควรเริ่มทำทันที คือ

1. ปรับโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าให้ถูกต้อง

ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนจริงของเราคืออะไรบ้าง ลองคำนวณดูว่าหลังจากหัก ค่าธรรมเนียมการขาย  ของแต่ละแพลตฟอร์มออกไปแล้ว กำไรที่เหลือยังเป็นตัวเลขที่ยั่งยืนหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ อาจถึงเวลาปรับราคาขาย หรือพิจารณาว่าสินค้าชนิดไหนควรขายบนแพลตฟอร์มไหนที่เหมาะสมที่สุด

2. เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับสินค้าแต่ละประเภท

ไม่จำเป็นต้องขายทุกอย่างทุกแพลตฟอร์ม ลองดูว่าสินค้าของเราเหมาะกับช่องทางไหนมากกว่า เพราะแต่ละแพลตฟอร์มทั้งค่าธรรมเนียม กลุ่มลูกค้า และจุดเด่นไม่เหมือนกัน

เช่น สินค้าแฟชั่นหรือสายไวรัลอาจเหมาะกับ TikTok Shop ส่วนสินค้าที่อยากเน้นภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ อาจเหมาะกับ LazMall มากกว่า

3. ลดการพึ่งพา Marketplace ด้วยการมีเว็บไซต์ของตัวเอง

นี่คือวิธีที่หลายแบรนด์ใช้เพื่อเติบโตในระยะยาว เพราะเมื่อมีเว็บไซต์ของตัวเอง ร้านจะไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มมากเกินไป ลดภาระค่าธรรมเนียมการขาย และยังสามารถเก็บฐานข้อมูลลูกค้าไว้ต่อยอดการตลาดได้เอง

ยิ่งมีช่องทางของตัวเองมากขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้ธุรกิจควบคุมกำไรและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีกว่าเดิมอีกด้วยนะคะ

 

ทำไมเว็บไซต์ธุรกิจถึงเป็นคำตอบในยุคที่ค่าธรรมเนียมการขายสูงขึ้น?

ลองคิดง่าย ๆ นะคะ ถ้าร้านคุณขายได้เดือนละ 100,000 บาทบน Marketplace และมีค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 10% เท่ากับว่าคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถึงเดือนละ 10,000 บาท หรือปีละกว่า 120,000 บาทเลยทีเดียว

แต่ถ้ายอดขายบางส่วนย้ายมาเกิดบนเว็บไซต์ของร้านคุณเอง ค่าธรรมเนียมการขายส่วนนั้นแทบเป็นศูนย์ ทำให้คุณเหลือกำไรมากขึ้น และยังสามารถนำงบส่วนนั้นกลับไปต่อยอดธุรกิจ การตลาด หรือดูแลลูกค้าได้เต็มที่ค่ะ

 

ข้อดีของการมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตัวเอง

1. ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายต่อออเดอร์

ต่างจาก Marketplace ที่ถูกหักค่าธรรมเนียมทุกครั้งที่ขายได้ เว็บไซต์ของตัวเองมีเพียงค่าโดเมน ค่าโฮสต์ และค่าระบบชำระเงิน ทำให้ระยะยาวต้นทุนคุ้มกว่า และเหลือกำไรต่อออเดอร์มากขึ้นค่ะ

2. เก็บข้อมูลลูกค้าได้ละเอียดมากขึ้น

เว็บไซต์ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าและพฤติกรรมการสั่งซื้อได้ละเอียดกว่า สามารถนำไปต่อยอดการตลาด ส่งโปรโมชัน ทำระบบสมาชิก หรือกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ง่ายขึ้น

3. ควบคุมแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าได้เต็มที่

เราสามารถออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงกับภาพลักษณ์แบรนด์ ทั้งดีไซน์ การนำเสนอสินค้า และประสบการณ์ใช้งาน ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้าจดจำร้านได้มากขึ้นด้วย

4. ไม่ต้องกังวลกับการเปลี่ยนนโยบายของแพลตฟอร์มตลอดเวลา

พอมีเว็บไซต์ของตัวเอง เราจะควบคุมช่องทางการขายได้มากขึ้น ไม่ต้องคอยปรับตัวทุกครั้งที่ Marketplace เปลี่ยนค่าธรรมเนียมหรือเงื่อนไขการขายค่ะ

 

แล้วต้องเริ่มยังไง ถ้าอยากมีเว็บไซต์ร้านค้าเป็นของตัวเอง

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจคิดว่าการทำเว็บไซต์ต้องใช้งบสูง ต้องมีทีม IT หรือดูแลเองตลอดเวลา แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การมี เว็บไซต์ แต่คือการมีเว็บไซต์ที่ช่วยขายสินค้าได้จริง และต่อยอดธุรกิจได้ในระยะยาว

ตอนนี้มีผู้ให้บริการที่ช่วยดูแลครบทั้งเรื่องเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ ทำให้เจ้าของธุรกิจเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ MakeWebEasy ที่ไม่ได้มีแค่บริการทำเว็บไซต์ แต่ยังช่วยวางโครงสร้างให้เว็บไซต์พร้อมขาย รองรับการทำการตลาด และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริงในระยะยาวอีกด้วย

สิ่งที่ร้านค้าจะได้รับจากการมีเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ

  • เว็บไซต์ที่สร้างมาเพื่อสร้างยอดขายและเติบโตในระยะยาว ไม่ใช่แค่เว็บสวย แต่ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน 
  • ลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักร้านคุณมาก่อน ค้นหาสินค้าบน Google แล้วเจอร้านคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว  
  • รู้ว่าลูกค้าคนไหนกำลังจะหายไป แล้วส่งโปรโมชันหาเขาก่อนที่เขาจะไปซื้อที่ร้านคู่แข่ง 
  • รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว เพิ่มสินค้า เพิ่มฟีเจอร์ หรือรองรับยอดขายที่โตขึ้นได้ง่ายกว่า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม

 

ดึงลูกค้าจาก Marketplace สู่เว็บไซต์ของแบรนด์

กลยุทธ์ที่หลายแบรนด์เริ่มใช้ คือให้ Marketplace เป็นช่องทาง หาลูกค้าใหม่ แต่สร้างยอดขายระยะยาวบนเว็บไซต์ของตัวเอง ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกขายบน Marketplace นะคะ เพราะแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ยังช่วยให้ลูกค้าค้นพบสินค้าได้ง่าย และเข้าถึงคนจำนวนมากได้เร็ว

แต่สิ่งที่หลายธุรกิจทำคือ ใช้ Marketplace เป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยพาลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำผ่านเว็บไซต์ของร้านตัวเอง เพื่อลดค่าธรรมเนียมการขาย และสร้างฐานลูกค้าในระยะยาว

ตัวอย่างที่ทำได้ง่าย เช่น

  • แนบการ์ดขอบคุณพร้อม QR Code ไปยังเว็บไซต์ร้าน
  • มอบส่วนลดพิเศษสำหรับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์โดยตรง
  • ชวนลูกค้าสมัครสมาชิกเพื่อรับโปรโมชันหรือสิทธิพิเศษก่อนใคร

 

ค่าธรรมเนียมการขายสูงขึ้น ธุรกิจต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองตั้งแต่วันนี้!

ค่าธรรมเนียมการขายบน Marketplace ที่ปรับขึ้นทุกปี กำลังเป็นสัญญาณสำคัญว่า การพึ่งพาแพลตฟอร์มเพียงช่องทางเดียวมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ คือการกระจายช่องทางการขาย สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง และเก็บฐานข้อมูลลูกค้าไว้ในมือ เพราะแม้ตลาดออนไลน์ไทยยังเติบโตได้อีกมาก แต่ธุรกิจที่จะอยู่รอดในระยะยาว คือธุรกิจที่มีทั้งช่องทางขายที่หลากหลาย และฐานลูกค้าที่เป็นของตัวเองด้วย

MakeWebEasy พร้อมช่วยธุรกิจคุณสร้างเว็บไซต์ที่รองรับทั้ง SEO และ AI Search เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย สร้างฐานลูกค้าของตัวเอง และเปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายซ้ำ ๆ ให้กลายเป็นการลงทุนที่สร้างกำไรได้ในระยะยาว

ปรึกษาทีมงานฟรีได้ที่ Line: @makewebeasy