Google Ads, Marketing, Feature Tips
Google Ads, Marketing, Feature Tips

Google Ads ที่ต้องระวัง! เช็กด่วน 5 ความเข้าใจผิดที่คุณอาจพลาดได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง คงรู้ดีว่า Google Ads คือเครื่องมือวิเศษที่ช่วยเสกให้คนแปลกหน้ากลายเป็นลูกค้าได้ในพริบตา ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการปั๊มยอดขาย การเพิ่มยอดสมัครสมาชิก หรือการดึงคนให้กดสินค้าลงตะกร้า 

แต่รู้มั้ยว่า หลายครั้งที่เงินโฆษณาที่จ่ายไปกลับหายวับไปกับตาโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย เพียงเพราะจุดบอดเล็กๆ ที่เผลอมองข้ามไป วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาเช็กลิสต์ ความเข้าใจผิดเรื่อง Google Ads ที่ถ้าปรับแก้ได้ รับรองว่าค่าแอดจะคุ้มค่าขึ้นอีกหลายเท่าตัวแน่นอน 

 

ความเข้าใจผิดเรื่อง Google Ads ที่ต้องระวัง ก่อนเสียเงินไปฟรี ๆ

การทำ Google Ads ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่แค่การตั้งค่าตามที่ระบบแนะนำเสมอไป เพราะบ่อยครั้งฟีเจอร์ที่ Google ออกแบบมาเพื่อช่วยเรา อาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้เราเสียเงินงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์หากใช้ไม่ถูกจุด มาดู 5 ความเข้าใจผิดเรื่อง Google Ads ที่ต้องระวัง ก่อนจะเสียเงินฟรี ๆ กัน 

1. เชื่อว่าต้องใส่ Headline และ Description ให้ครบตามที่ Google บอก

เวลาตั้งค่าโฆษณา Google มักจะแนะนำให้ใส่ Headline (พาดหัว) ให้ครบ 15 แบบ และ Description (คำบรรยาย) ให้ครบ 4 แบบ เพื่อให้ระบบ AI เอาไปสุ่มแสดงผล หลายคนเลยพยายามเค้นไอเดียใส่ให้ครบ จนบางครั้งเนื้อหาก็ซ้ำไปซ้ำมาหรือดูไม่น่าดึงดูด 

ให้ลองปรับแบบนี้ดู เพราะในความเป็นจริงแล้วคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ แทนที่เราจะรีบอัดคำให้ครบโควตา แต่เนื้อหาเจือจาง แนะนำให้เริ่มจากชุดคำที่คัดมาแล้วเน้น ๆ สัก 3-5 Headline ที่เป็นจุดขายจริง ๆ แล้วลองรันดูสักพักเพื่อเก็บข้อมูล ถ้าตัวไหนคนคลิกเยอะค่อยเก็บไว้ ตัวไหนเงียบเหงาก็ค่อยเปลี่ยนใหม่ วิธีนี้จะช่วยให้โฆษณาดูเป็นธรรมชาติและตรงใจลูกค้ามากกว่า

2. ใช้ Keyword แบบกว้างอย่างเดียวเพราะคิดว่ากว้างกว่าย่อมดีกว่า 

มือใหม่หลายคนมักเลือกใช้ Keyword แบบกว้าง (Broad Match) เพราะคิดว่ายิ่งคนเห็นโฆษณาเยอะเท่าไหร่ โอกาสขายก็ยิ่งมากเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าบางทีโฆษณาอาจจะไปโผล่ให้คนที่ไม่ใช่ลูกค้าจริง ๆ เห็นแทน ซึ่งเสียค่าโฆษณาไปแบบฟรี ๆ เล 

มุมมองใหม่ที่อยากให้ลอง คือ ลองจินตนาการดูว่า ถ้าสมมติร้านเราขายรองเท้าวิ่ง แต่โฆษณาไปแสดงตอนคนค้นหาคำว่า วิธีซ่อมรองเท้า แม้คนจะเห็นเยอะก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะซื้อของจากเราอยู่ดี ดังนั้นควรผสมผสานการเลือกคำให้แม่นยำขึ้น เช่นการใช้  Phrase Match หรือ Exact Match เพื่อล็อกเป้าให้เจอเฉพาะคนที่อยากซื้อจริง ๆ จะช่วยเซฟงบไปได้เยอะเลล่ะ 

3. มองข้ามความสำคัญของ Negative Keyword ไป

เวลาทำแอด เรามักโฟกัสแค่ว่าจะใช้คำไหนดี แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ คำไหนที่เราไม่ต้องการ หรือที่เรียกว่า Negative Keyword ซึ่งจุดนี้มักจะเป็นรูรั่วที่ทำให้เงินไหลออกโดยไม่รู้ตัว 

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ถ้าขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมมือหนึ่ง ควรตั้งค่าดักไว้เลยว่าถ้าใครค้นหาคำว่ามือสอง หรือราคาถูก ไม่ต้องโชว์โฆษณาของเรานะ เพราะต่อให้เขาคลิกเข้ามาเขาก็ไม่ซื้ออยู่ดี การเติมลิสต์คำเหล่านี้จะช่วยคัดกรองเฉพาะลูกค้าตัวจริงให้เข้ามาหาเราได้นั่นเอง

4. ปล่อยค่า Location เป็น Default  ในทุกแคมเปญ

ตอนตั้งค่าพื้นที่เป้าหมาย (Location) Google มักจะเลือกค่าเริ่มต้นเป็น คนที่อยู่ในพื้นที่หรือสนใจพื้นที่นั้น ซึ่งฟังดูดีเลยล่ะ แต่ความจริงมันอาจเป็นกับดักที่ทำให้โฆษณาไปแสดงผลให้คนที่อยู่ไกลมากจนไม่สามารถมาซื้อของที่ร้านได้จริง ๆ 

วิธีแก้ให้ตรงจุด ก็คือ หากธุรกิจเราเน้นเฉพาะพื้นที่ เช่น ร้านอาหารหรือบริการซ่อมบ้าน ให้ลองเปลี่ยนมาเลือกเฉพาะ คนที่อาศัยอยู่หรือไปที่นั่นบ่อย ๆ แทน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไปจะตกไปอยู่ที่สายตาของกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใกล้ตัวและพร้อมจะใช้บริการจริง ๆ นั่นเอง 

5. เลือก Landing Page ที่ไม่สอดคล้องกับโฆษณา

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือ อยากดันยอดเข้าชมหน้าแรก (Homepage) เลยส่งคนไปหน้านั้นทั้งหมด แต่ต้องบอกเลยว่านี่คือการผลักดันลูกค้าทางอ้อม เพราะพฤติกรรมคนออนไลน์คือชอบความรวดเร็วและตรงประเด็น 

ลองนึกภาพว่า ถ้าลูกค้าคลิกโฆษณาเพราะอยากซื้อชุดออกกำลังกาย แต่พอเข้าเว็บมากลับเจอหน้าแรกที่มีสินค้าทุกอย่างตั้งแต่ไม้กอล์ฟยันชุดว่ายน้ำ เขาจะรู้สึกเสียเวลาและกดปิดทันที แถม Google ยังจะลดคะแนนโฆษณาเพราะเนื้อหาไม่ตรงปกอีกด้วย ดังนั้นควรจำไว้ว่า โฆษณาขายอะไร หน้าปลายทางต้องเป็นเรื่องนั้น ถึงจะปิดการขายได้สำเร็จค่ะ

 

 

เช็กให้ครบ 5 ความเข้าใจผิดเรื่อง Google Ads เพื่อแคมเปญที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การทำ Google Ads ไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วรอผลลัพธ์ แต่คือการปรับและเรียนรู้จากพฤติกรรมลูกค้าจริงอยู่ตลอดเวลา 5 ความเข้าใจผิดที่กล่าวมานี้ เป็นจุดตั้งต้นสำคัญที่จะช่วยให้แคมเปญแข็งแรงขึ้น อย่าลืมเช็ก Report เป็นประจำ เพื่อดูว่าลูกค้าตอบสนองกับอะไร และปรับโฆษณาให้ตรงจุดมากขึ้น  

ถ้าใครลองเช็กแล้วรู้สึกว่าแคมเปญที่รันอยู่ยังดูยุ่งเหยิง หรืออยากปรึกษาเรื่องการปั้นเว็บไซต์ WordPress ให้ปังควบคู่ไปกับการทำโฆษณา ทีมงาน MakeWebEasy พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดให้เสมอ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยวางแผนและดูแลธุรกิจแบบครบวงจร ทักมาคุยกันก่อนได้เลยที่นี่