Google Ads
Google Ads

หลายธุรกิจยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ Google Ads! MakeWebEasy มีคำตอบ

หลายคนคิดว่า ทุ่มเงินยิงแอดไปเยอะ แต่ยอดไม่ได้ตามเป้า เพราะโฆษณาไม่ดีหรือเปล่า ความจริงแล้วปัญหาอาจอยู่ที่หน้าเว็บไซต์ต่างหากค่ะ โฆษณาพาคนเข้ามาได้ก็จริง แต่ถ้าเว็บยังไม่พร้อมขาย ดูยาก วนไปวนมา หาปุ่มติดต่อไม่เจอ หรืออ่านแล้วยังไม่ชัดว่าคุณช่วยอะไรได้ ลูกค้าก็ไม่อยากอยู่ต่อ สุดท้ายงบที่ลงกับ Google Ads ก็แทบจะศูนย์เปล่า

วันนี้ MakeWebEasy จะพาสรุป 5 วิธีเช็กว่า Landing Page แบบไหน ที่ช่วยเปลี่ยนคนคลิกให้กลายเป็นคนซื้อได้จริง ๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณค่ะ 

 

มารู้จัก Landing Page คืออะไรกันก่อน

Landing Page คือหน้า ที่ลูกค้าจะกดเข้ามาเจอทันทีหลังจากคลิกโฆษณา Google Ads ที่เรายิงไป เป็นหน้าที่เราได้ใส่เนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจเอาไว้พร้อมแล้ว โดยมีหน้าที่สำคัญ คือ การกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจทำอะไรบางอย่างทันที ไม่ว่าจะเป็นการกดซื้อสินค้า สมัครสมาชิก หรือกรอกข้อมูลติดต่อกลับ

จุดเด่นที่ทำให้ Landing Page ต่างจากหน้าเว็บทั่วไป

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วมันต่างจากเว็บไซต์ปกติยังไง คำตอบคือ Landing Page คือหน้าที่ถูกสร้างมาเพื่อแนะนำตัวตนของแบรนด์ และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจทำบางอย่างให้ชัดเจนที่สุด

  • แทนที่จะบอกเล่าทุกอย่างของบริษัท Landing Page จะใช้ข้อความที่กระชับและพุ่งเป้าไปที่โปรโมชัน หรือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ สื่อสารหมัดเดียวให้ลูกค้าเข้าใจทันที
  • มีปุ่ม Call To Action ที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ลูกค้าต้องหลงทางหรือเดาเองว่าจะต้องไปที่ไหนต่อ แต่จะมีปุ่มกระตุ้นการตัดสินใจที่โดดเด่นสะดุดตา คอยบอกลูกค้าชัดๆ ว่าต้องคลิกตรงนี้
  • ดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียว คือการตัดเมนูหรือลิงก์ที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้ลูกค้าโฟกัสอยู่กับเนื้อหาสำคัญตรงหน้า และตัดสินใจซื้อได้ง่ายที่สุด

 

5 จุดสำคัญของ Landing Page ที่เปลี่ยนคลิกเป็นยอดขาย

มีหลายธุรกิจทุ่มงบกับ Google Ads หวังให้ยอดขายโตตามเป้า แต่พอผลลัพธ์กลับไม่มา ก็รีบสรุปว่าโฆษณาไม่ดี ทั้งที่จริงอาจลืมเช็กว่า Landing Page เราพร้อมปิดการขายหรือยัง ก่อนจะเพิ่มงบ ลองมาเช็ก 5 จุดสำคัญของ Landing Page ที่ช่วยเปลี่ยนคนคลิก ให้กลายเป็นคนซื้อกันก่อนค่ะ

1. ข้อความหลักต้องโดนใจใน 5 วินาทีแรก

คนบนโลกออนไลน์ตัดสินใจเร็วมาก หลังคลิกเข้ามาเขาจะถามตัวเองทันทีว่า ที่นี่ตอบโจทย์ความต้องการเราได้มั้ย ถ้าใน 5 วินาทียังไม่เห็นคำตอบชัด ๆ เขาพร้อมกดออกทันที ดังนั้น Headline ต้องชัด และสื่อสารให้ตรงจุดตั้งแต่ประโยคแรก

ตัวอย่างเช่น

  • แบบเดิม ที่เราพยายามบอกว่า เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ครบวงจรนะ ซึ่งมันกว้างและไม่เห็นภาพชัด
  • แบบแนะนำที่ดีกว่า คือลองปรับมาเป็น เพิ่มยอดขาย 30% ภายใน 90 วัน ด้วยกลยุทธ์ Google Ads ที่วัดผลได้จริง จะเห็นได้เลยว่าบอกชัดว่าจะได้อะไร และเมื่อไหร่

ประโยคหลังบอกชัดเลยว่า ลูกค้าจะได้อะไร และเมื่อไหร่ นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้คนอยากอ่านต่อ และรู้สึกว่าหน้านี้มีคำตอบให้เขาจริง ๆ ค่ะ

2. Social Proof สร้างความน่าเชื่อถือได้ดีมาก

แน่นอนว่าในตลาดมีตัวเลือกเยอะมาก ๆ เวลาที่ลูกค้าเห็นจากโฆษณาเรามา ก่อนที่จะตัดสินใจทักแชทหรือกรอกข้อมูลเข้ามาหาเรา เขาก็จะเกิดคำถามในใจเกี่ยวกับธุรกิจเราว่า

  • มีคนเคยใช้บริการนี้จริง ๆ มั้ย
  • ทำแล้วได้ผลเหมือนที่โฆษณาหรือเปล่า
  • ถ้าเลือกเจ้านี้จะคุ้มค่าหรือเสี่ยงโดนหลอก

ถ้าหน้า Landing Page ของเราไม่มีคำตอบในความกังวลเหล่านี้ ลูกค้าจะเลือกปิดหน้าเว็บไปเลย ดังนั้น การใส่รีวิวลูกค้าจริง, โลโก้แบรนด์ที่เคยร่วมงาน หรือ Case Study ที่สำเร็จมาแล้ว จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้อย่างมากเลยล่ะค่ะ

3. กลยุทธ์ 70:30 พูดในสิ่งที่เราแก้ Pain Point ให้ลูกค้า มากกว่าที่มาของเรา

Landing Page หลายหน้า พลาดตรงที่เผลอพูดถึงแค่ก่อตั้งมานานแค่ไหน ลองเปลี่ยนมุมง่าย ๆ แค่ถามตัวเองว่า หน้าเว็บเราตอบ 3 คำถามนี้หรือยัง

  • แบรนด์เข้าใจปัญหาลูกค้ามั้ย
  • มีวิธีแก้ไขยังไง
  • แล้วลูกค้าจะได้อะไรถ้าซื้อหรือใช้บริการของแบรนด์เรา

เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าไม่ได้อยากรู้ว่าเราก่อตั้งมาแค่ไหน เขาอยากรู้ว่าเราช่วยให้เขาดีขึ้นได้ยังไงบ้างมากกว่า

4. Call to Action (CTA) และฟอร์ม ยิ่งง่าย ยิ่งได้ยอด

หลายเว็บพลาดตอนจบอย่างน่าเสียดายเลยค่ะ มีปุ่มให้เลือกกดเต็มไปหมด ทั้งอ่านบทความ, ดูผลงาน, เกี่ยวกับเรา หรือติดต่อเรา เมื่อทางเลือกเยอะเกินไป

  • พยายามใส่ปุ่ม CTA เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ขอใบเสนอราคา หรือนัดปรึกษาฟรี
  • ส่วนแบบฟอร์มต้องไม่ซับซ้อน ยิ่งช่องกรอกข้อมูลเยอะ Conversion ยิ่งต่ำ ลิสต์แค่ข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการติดต่อกลับก็พอค่ะ

5. Mobile Speed ช้าไม่กี่วินาที ลูกค้าก็หายแล้ว

ทุกวันนี้ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะเข้า Landing Page ผ่านมือถือกันค่ะ ถ้าเว็บไซต์ของเราแค่ย่อมาจากหน้าคอม ตัวหนังสือเล็ก อ่านยาก หรือโหลดเกิน 5 วินาที ลูกค้าพร้อมกดปิดทันที โอกาสปิดการขายก็หายไปในพริบตาเลย ดังนั้น ความเร็วเว็บไซต์และ UX บนมือถือสำคัญมาก งบโฆษณาที่จ่ายให้ Google ไปจะไม่สูญเปล่า แต่เปลี่ยนเป็นยอดขายได้อย่างคุ้มค่าเลยล่ะค่ะ

 

ยิง Google Ads ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว แต่ยอดยังไม่มา ดูที่ Landing Page ก่อน

เราทำ Google Ads เพื่อดึงลูกค้าที่สนใจเข้ามาเยอะ ๆ แต่ Landing Page คือ ตัวตัดสินในการปิดดีล ถ้าวันนี้ทีมยิงแอดเก่งแล้ว แต่ยอดขายยังไม่มา ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับมาปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้พร้อม และวางกลยุทธ์ทำ Google Ads ให้แม่นยำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

ถ้าไม่อยากลองผิดลองถูกเอง ให้ MakeWebEasy ดูแลครบทั้งเว็บไซต์และโฆษณา เราออกแบบเว็บที่เน้น Conversion โหลดเร็ว ตั้งค่าให้รองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือพร้อมวางโครงสร้างที่กระตุ้นการตัดสินใจ ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี แอด Line: @Makewebeasy เลยค่ะ