
ออกแบบเว็บไซต์ ยังไง? ให้รองรับ SEO ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว
รู้หรือไม่ว่า ถ้าไม่ได้วางเรื่อง SEO ตั้งแต่เริ่มออกแบบเว็บไซต์ อาจทำให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว เพราะถ้าถึงเวลาจะทำ SEO จริง ๆ ก็มักต้องย้อนกลับมาแก้หลายอย่างใหม่ ทั้งโครงสร้าง URL ความเร็วเว็บไซต์ การจัด Heading หรือแม้แต่ Layout ของหน้าเว็บ บางครั้งถึงขั้นต้องรื้อและทำใหม่เลย
วันนี้เลยอยากพาไปดูว่า การออกแบบเว็บไซต์ ให้รองรับ SEO ตั้งแต่ต้น ควรมีอะไรบ้าง เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ได้ง่ายขึ้นในระยะยาวด้วย
ทำไมต้องคิดเรื่อง SEO ตั้งแต่ตอนออกแบบเว็บไซต์?
เพราะ SEO ไม่ใช่แค่การใส่คีย์เวิร์ดหรือเขียนบทความ แต่คือ โครงสร้างพื้นฐาน ของเว็บไซต์เลยค่ะ ถ้าวางระบบดีตั้งแต่แรก ทุกอย่างหลังจากนั้นจะง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ ยิงโฆษณา หรือขยายเว็บไซต์ในอนาคต
อีกอย่าง Google ก็ให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์การใช้งาน มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มจากการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีตั้งแต่ต้นนั่นเอง
เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ ให้รองรับ SEO พร้อมเพิ่มยอดขาย
ถ้าเราออกแบบเว็บไซต์ โดยที่ไม่วางแผน SEO ตั้งแต่แรก อาจทำให้เสียทั้งเงินและเวลามานั่งรื้อระบบใหม่ทั้งหมดเลย วันนี้ผู้เขียนเลยมัดรวมเทคนิคการสร้างเว็บไซต์ให้ Google รัก และพร้อมดันยอดขายได้ตั้งแต่วันแรกมาฝากกันค่ะ
1. วางโครงสร้าง URL ให้เข้าใจง่าย
URL คือทั้งสิ่งที่ Google ใช้อ่าน และเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานมองเห็นด้วย เว็บไซต์ที่ดีควรตั้ง URL ให้สั้น กระชับ และบอกได้ทันทีว่าหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร
ตัวอย่าง URL ที่แนะนำ
- www.example.com/บริการ/ออกแบบเว็บไซต์
- www.example.com/blog/วิธีทำ-seo
ตัวอย่าง URL ที่ไม่แนะนำ
- www.example.com/page?id=123&cat=5
- www.example.com/p=456
2. ออกแบบเว็บไซต์แบบ Mobile-First คือสิ่งที่ขาดไม่ได้
Google ให้ความสำคัญกับเวอร์ชันมือถือของเว็บไซต์เป็นหลัก หรือที่เรียกว่า Mobile-First Indexing ถ้าเว็บไซต์ใช้งานบนมือถือได้ไม่ดี ก็มีผลต่ออันดับ SEO ทันที
ดังนั้น เวลาออกแบบเว็บไซต์ ควรเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานจากหน้าจอมือถือก่อนด้วยนะคะ
3. ความเร็วเว็บไซต์สำคัญมาก
หลายคนเวลาออกแบบเว็บไซต์ มักโฟกัสที่ความสวยงามจนลืมว่า เว็บโหลดช้า ส่งผลเสียทั้งต่อผู้ใช้งานและ SEO เพราะถ้าเว็บโหลดนานเกินไป คนส่วนใหญ่ก็เลือกปิดหน้าเว็บทันที เว็บไซต์ที่เร็ว ไม่ใช่แค่ดีต่อ SEO แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บได้นานขึ้นอีกด้วยค่ะ
4. วางโครงสร้าง Heading ให้ถูกต้อง
Heading ช่วยให้ Google เข้าใจว่าแต่ละหน้าเว็บพูดถึงอะไร ควรกำหนดตั้งแต่ตอนออกแบบเว็บไซต์เลยว่า ชื่อหน้าและชื่อบทความจะเป็น H1 ส่วนหัวข้อในเนื้อหาจะเริ่มจาก H2 ลงมาตามลำดับค่ะ
5. วางโครงสร้าง Internal Link ให้ดี
Internal Link คือ การลิงก์เชื่อมไปยังหน้าอื่นภายในเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าเว็บได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ดีขึ้น
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น
- หน้าแรก ลิงก์ไปหน้าบริการ
- บทความ ลิงก์ไปหน้าบริการที่เกี่ยวข้อง
- ทุกหน้ามีลิงก์กลับหน้าแรกผ่านเมนูหรือโลโก้
6. ทำ On-Page SEO ให้ครบทุกหน้า
ตอนออกแบบเว็บไซต์ ควรวางระบบให้สามารถใส่ Meta Tag ได้ทุกหน้า เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของ SEO ซึ่งสิ่งที่ควรมี ก็ได้แก่
- Meta Title ชื่อหน้าที่แสดงบน Google ควรมีคีย์เวิร์ดหลัก
- Meta Description คำอธิบายสั้น ๆ ใต้ชื่อบน Google ช่วยเพิ่มโอกาสให้คนคลิก
- Alt Text รูปภาพ ช่วยให้ Google เข้าใจว่ารูปเกี่ยวกับอะไร
ถ้าใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปของ MakeWebEasy จะมีช่องให้กรอก Meta Title, Description และ Alt Text ได้ง่าย ๆ เลย
7. ใช้ Schema Markup ช่วยให้เว็บโดดเด่นบน Google
Schema Markup คือโค้ดที่ช่วยบอก Google ว่าเนื้อหาในเว็บเป็นประเภทไหน เช่น บทความ สินค้า รีวิว หรือ FAQ ทำให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ได้ชัดเจนขึ้นด้วย
8. ออกแบบเว็บไซต์ให้ง่ายต่อการสำรวจของ Google
Google จะส่งบอท เข้ามาอ่านเว็บไซต์อยู่เสมอ การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีจึงควรทำให้ Google เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายที่สุด
ควรมี Sitemap XML เพื่อบอก Google ว่าเว็บไซต์มีหน้าอะไรบ้าง และตั้งค่า Robots.txt ให้ถูกต้อง เพื่อกำหนดว่าหน้าไหนให้ Google เข้าได้หรือไม่ได้ด้วย
9. UX ดี ก็ช่วยให้ SEO ดีด้วย
Google ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเว็บไซต์ใช้งานง่าย คนอยู่บนเว็บนาน และมีการคลิกดูหลายหน้า ก็ส่งผลดีต่อ SEO ด้วย
ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ควรคำนึงถึง UX ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดเมนูให้เข้าใจง่าย มีปุ่ม CTA ที่ชัดเจน เนื้อหาอ่านสบาย และดีไซน์ที่สม่ำเสมอทั้งเว็บไซต์ด้วยนะคะ
10. Core Web Vitals มาตรฐานสำคัญที่ Google ใช้จัดอันดับ
Core Web Vitals คือค่าที่ Google ใช้วัดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ ทั้งความเร็ว การตอบสนอง และความเสถียรของหน้าเว็บ ซึ่งมีผลต่อ SEO โดยตรงเลย
ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
- LCP วัดความเร็วในการโหลดเนื้อหาหลักของหน้าเว็บ
- INP วัดความเร็วในการตอบสนองต่อการคลิกหรือเลือกเมนู
- CLS วัดความเสถียรของหน้าเว็บ ไม่ให้องค์ประกอบขยับไปมาจนลูกค้ากดผิด
ทั้งหมดนี้ควรวางแผนตั้งแต่ตอนออกแบบเว็บไซต์ เพราะถ้าระบบไม่ดีตั้งแต่แรก การกลับมาแก้ทีหลังจะค่อนข้างยาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์และ SEO
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจมีคำถามเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์และ SEO กันอยู่ใช่มั้ยคะ? มาดูคำตอบของคำถามที่พบบ่อยกันค่ะ
Q: บริการรับออกแบบเว็บไซต์ต่างจากเว็บไซต์สำเร็จรูปยังไง?
A: เว็บออกแบบเฉพาะจะเน้นดีไซน์และ UX/UI ที่ตรงกับธุรกิจแบบเฉพาะตัว ส่วนเว็บไซต์สำเร็จรูปยุคใหม่อย่าง MakeWebEasy ก็รองรับทั้ง SEO ดีไซน์สวย ใช้งานง่ายบนมือถือ และมีระบบช่วยขายครบเช่นกัน
Q: ระหว่างเว็บสวยกับเว็บ SEO ดี ควรเลือกแบบไหน?
A: เว็บไซต์ที่ดีควรมีทั้งดีไซน์สวย ใช้งานง่าย และรองรับ SEO ไปพร้อมกัน เพื่อช่วยทั้งเรื่องภาพลักษณ์และการติดอันดับบน Google
Q: ถ้าเป็นเว็บเก่าที่ไม่ได้ทำ SEO ตั้งแต่แรก ยังแก้ไขได้มั้ย?
A: ปรับปรุงได้ แต่จะใช้เวลาและงบมากกว่าการวาง SEO ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการแก้โครงสร้างเว็บและการรองรับมือถือ
เริ่มออกแบบเว็บไซต์ ให้พร้อมสร้างยอดขายตั้งแต่วันแรก!
การออกแบบเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการวางรากฐานสำคัญให้ธุรกิจออนไลน์ ตั้งแต่โครงสร้างเว็บไซต์ ความเร็วในการโหลด ไปจนถึงการรองรับ SEO เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ได้ง่าย และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับค้นหา
ยิ่งเว็บไซต์รองรับ SEO ตั้งแต่ ก็ยิ่งช่วยให้เว็บไซต์เติบโตได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านการค้นหา ความน่าเชื่อถือ และโอกาสเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าได้ค่ะ
หากคุณกำลังมองหาทีมช่วยออกแบบเว็บไซต์ธุรกิจ ที่ทั้งสวย ใช้งานง่าย และรองรับ SEO ตั้งแต่เริ่มต้น สามารถ Add Line: @MakeWebEasy เพื่อรับคำปรึกษาฟรีจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย!