
ทำไม Loyalty Program ถึงทำให้ร้านออนไลน์ขายดีกว่าการลดราคา
ถ้าคุณเคยจัดโปรลดราคาแล้วยอดขายพุ่ง แต่พอโปรหมด ลูกค้าก็หายเงียบไป ลองเปลี่ยนมาใช้ Loyalty Program ดูก่อนค่ะ
เพราะเจ้าของร้านออนไลน์หลายคนกำลังติดอยู่ในวงจรเดิม ๆ คือ ยิง Ads เพื่อหาลูกค้า แล้วก็ต้องลดราคาเพื่อปิดการขาย พอโปรหมด ลูกค้าก็หายไป สุดท้ายต้องกลับไปยิง Ads ใหม่ วนแบบนี้ทุกเดือน จนกำไรค่อย ๆ หายไปโดยไม่รู้ตัว คำถามคือ แล้วทำไมร้านค้าออนไลน์ที่มี Loyalty Program หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อระบบสะสมแต้ม ที่ให้สิทธิพิเศษกับลูกค้า ถึงขายดีกว่าร้านที่เน้นลดราคาอย่างเดียว
วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบ เพื่อเป็นแนวทางให้ธุรกิจนำไปปรับใช้และวางกลยุทธ์ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุดกัน
ลดราคาอย่างเดียว ดูเหมือนได้ผล แต่จริง ๆ กำลังทำลายธุรกิจอยู่
เชื่อว่าหลาย ๆ ธุรกิจ ถ้าอยากให้ยอดขายเพิ่มขึ้น วิธีที่เราใช้กัน ก็คงจะไม่พ้น การทำโปรโมชัน ลดราคา ถูกต้องมั้ยคะ ถามว่าวิธีนี้ช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงมั้ย ก็ต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่ได้ มันก็สามารถสร้างยอดขายได้จริง แต่ มันคือการสร้างยอดขายในระยะสั้นแค่นั้นเองค่ะ
สิ่งที่เป็นปัญหาตามมา คือ
1. ลูกค้าซื้อเพราะราคา ไม่ใช่เพราะแบรนด์
เพราะเมื่อไหร่ที่คู่แข่งลดราคาได้ถูกกว่า ลูกค้าก็ไปทันที ไม่มีความผูกพัน ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่กับแบรนด์เรา
2. Margin หายไปเรื่อย ๆ
การลดราคาบ่อยครั้งหมายความว่ากำไรต่อชิ้นลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ยังเท่าเดิมหรือแพงขึ้น สุดท้ายยิ่งขายมาก ยิ่งเหนื่อย ยิ่งขาดทุน
3. ลูกค้าเริ่ม รอโปร
พอทำโปรบ่อย ลูกค้าจะเริ่มรู้ว่า “ถ้ารอก็จะได้ถูกกว่า” พฤติกรรมนี้ทำลายยอดขายในช่วงปกติและทำให้เราต้องลดราคาซ้ำ ๆ เพื่อกระตุ้นยอด สุดท้ายยอดขายที่ควรจะสร้างกำไร ก็หายไปง่าย ๆ เลย
4. ไม่มีข้อมูลลูกค้าเลย
การลดราคาดึงคนมาซื้อแล้วก็ไป นั่นหมายความว่าเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าใครซื้ออะไร ซื้อบ่อยแค่ไหน และจะนำเสนออะไรให้เขาต่อได้บ้าง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการที่ธุรกิจใช้วิธีการลดราคา หรือการทำโปรโมชัน เพื่อกระตุ้นยอดขายบ่อย ๆ ถึงไม่ค่อยได้ผล และต้องเปลี่ยนจากลดราคามาเป็นสร้างความภักดี ด้วย Loyalty Program ที่ไม่ใช่แค่การแจกของแถม แต่มันคือการสร้างเหตุผล ให้ลูกค้าอยากกลับมาหาเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่เราไม่ต้องแข่งกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว
แล้ว Loyalty Program ถึงสำคัญมาก ๆ กับธุรกิจออนไลน์ในยุคนี้
Loyalty Program หรือ ระบบสะสมแต้มสิทธิพิเศษ คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อ “ให้เหตุผล” กับลูกค้าว่าทำไมต้องกลับมาซื้อที่ร้านนี้ซ้ำอีก
รูปแบบที่เราเห็นหลาย ๆ ธุรกิจใช้กันบ่อย ๆ ก็จะมีทั้ง
- ระบบสะสมแต้ม (Point System): ทุกยอดซื้อเปลี่ยนเป็นแต้ม แล้วสะสมแต้มให้ครบตามที่ร้านกำหนด เพื่อแลกส่วนลดหรือของรางวัลในถัดไป
- ระบบระดับสมาชิก (Tiered Membership): แบ่งเป็น Bronze, Silver, Gold ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งได้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าคนอื่น
- Cashback: คืนเงินเข้าบัญชีสมาชิกเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป เป็นการล็อคให้เขากลับมาใช้เงินที่เหลือกับเรา
- Referral Program: เปลี่ยนลูกค้าประจำให้เป็น “กระบอกเสียง” ยิ่งแนะนำเพื่อน ยิ่งได้รางวัลทั้งคนชวนและคนมาใหม่
- Exclusive Access: สิทธิ์พิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น เช่น ได้ช้อปสินค้าคอลเลกชันใหม่ก่อนใคร หรือได้เข้าถึง Flash Sale ก่อนคนทั่วไป
กลยุทธ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ ของแถม แต่คือ เครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซ้ำโดยที่แบรนด์ไม่ต้องลดราคาทุกครั้ง แถมยังสามารถรักษาลูกค้าประจำให้อยู่กับแบรนด์ไปนาน ๆ ได้อีกด้วย
ลดราคา VS Loyalty Program แบบไหนทำให้ธุรกิจเติบโตมากกว่า
ทีนี้ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจัดโปรโมชันลดราคาต่อ หรือเริ่มทำระบบสะสมแต้มจริงจัง ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้เพื่อตัดสินใจวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจดูค่ะ

ตัวอย่างธุรกิจออนไลน์ที่เชื่อมเว็บไซต์กับระบบสมาชิกแล้วเห็นผลจริง
การเชื่อมระบบ Loyalty Program เข้ากับเว็บไซต์โดยตรง ไม่ใช่แค่การแจกแต้ม แต่มันคือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าอยากอยู่กับแบรนด์เราไปนาน ๆ มาดูตัวอย่างจาก 2 ร้านนี้กันค่ะ
1. ร้าน SkinBloom ธุรกิจสกินแคร์และผลิตภัณฑ์ความงามออนไลน์
ปัญหาหลัก คือ ค่าโฆษณาแพงขึ้นทุกวัน และลูกค้าใหม่มักจะไม่กล้าตัดสินใจซื้อแบรนด์สกินแคร์ออนไลน์ถ้าไม่ได้รับการยืนยันหรือบอกต่อจากคนที่ใช้จริง
ทางแบรนด์จึง ใช้ฟีเจอร์ Referral Program ของ Loyalty Program บนหน้าเว็บไซต์ โดยให้สมาชิกสามารถกดสร้างลิงก์ชวนเพื่อน ได้จากหน้าโปรไฟล์ส่วนตัว เมื่อเพื่อนสั่งซื้อสำเร็จ ทั้งคนชวนและคนซื้อจะได้รับแต้มพิเศษหรือส่วนลดทันที
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ แบรนด์ได้ลูกค้าใหม่ที่มีคุณภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำลงมาก เพราะเป็นการตลาดแบบปากต่อปากที่วัดผลได้จริงผ่านระบบหลังบ้านของเว็บไซต์
2. ร้าน Urban Gadget จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีและ Gadget ผ่านเว็บไซต์
ปัญหาที่เจอ คือ ลูกค้ามักจะรอซื้อเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ เช่น 11.11 หรือ 12.12 ทำให้ยอดขายในวันปกติเงียบเหงา และร้านต้องยอมตัดกำไรตัวเองเพื่อให้ขายได้ในช่วงวันดังกล่าว
แบรนด์จึงเชื่อมเว็บไซต์ธุรกิจกับ Loyalty Program ให้ลูกค้าสะสมแต้มจากทุกการสั่งซื้อ และใช้ฟีเจอร์ ระดับสมาชิก (Tiered Membership) แบ่งลูกค้าเป็น Silver, Gold, Platinum ตามยอดซื้อสะสม โดยสมาชิกระดับสูงจะได้สิทธิ์ “Early Access” ช้อปสินค้าใหม่ก่อนใคร และส่งฟรีทุกออเดอร์โดยไม่มีขั้นต่ำ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ลูกค้าพยายามรักษายอดซื้อสะสมเพื่อให้ได้อยู่ในระดับสมาชิกที่สูงขึ้น เพื่อรับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วไป ทำให้แบรนด์ยอดขายเสถียรมากขึ้นตลอดทั้งเดือน ไม่ต้องรอแค่ช่วงจัดโปร และแบรนด์ดูพรีเมียมขึ้นในสายตาลูกค้า เพราะเน้นการดูแลสิทธิประโยชน์ระยะยาวแทนการแข่งกันที่ราคาเพียงอย่างเดียวนั่นเองค่ะ
ธุรกิจออนไลน์เริ่มทำ Loyalty Program ยังไง? เริ่มตรงไหนดี
อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อนค่ะ ลองทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ดูก่อน รับรองว่าเริ่มได้ทันทีแน่นอน
1. กำหนดเป้าหมายให้ชัด
ก่อนเริ่มทำอะไร ลองตอบตัวเองก่อนว่าเราอยากได้อะไรจากระบบนี้? เช่น อยากให้ลูกค้ากลับมาซื้อบ่อยขึ้น อยากให้ยอดต่อบิลสูงขึ้น หรืออยากให้ลูกค้าช่วยบอกต่อให้คนรู้จัก เป้าหมายที่ชัดจะทำให้ขั้นตอนถัดไปง่ายขึ้นมากค่ะ
2. เลือกเครื่องมือที่ใช่และตอบโจทย์ธุรกิจ
ระบบจะดีได้ต้องมีเครื่องมือที่เสถียรรองรับ ข่าวดีคือปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Loyalty Program ที่ออกแบบมาให้พร้อมใช้งานเลย ไม่ต้องเขียนโค้ดเอง และไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์เพิ่มค่ะ
3. เลือกรูปแบบที่เหมาะกับสินค้าของร้าน
ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมลูกค้า หากเป็นสินค้าซื้อบ่อย ราคาไม่สูง ระบบสะสมแต้มจะช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ดี แต่ถ้าเป็นสินค้าไฮเอนด์ที่ซื้อนาน ๆ ครั้ง ระบบ Tier หรือสิทธิพิเศษสมาชิกจะเหมาะกว่า และหากอยากขยายฐานลูกค้า การทำ Referral Program ให้ลูกค้าชวนเพื่อน ก็ช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ออกแบบรางวัล ให้โดนใจ
รางวัลไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าที่กลับมาค่ะ ตัวอย่างที่ได้ผลดี เช่น ส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไป ของแถม Limited Edition บริการจัดส่งฟรี หรือสิทธิ์ซื้อสินค้าใหม่ก่อนใคร
5. สื่อสารให้ง่ายและชัด
อย่าทำให้ลูกค้าต้องมานั่งคิดนานค่ะ บอกตรงๆ เลยว่า “ซื้อแล้วได้อะไร” เงื่อนไขการสะสมแต้มควรอธิบายได้ภายใน 10 วินาที ถ้าอธิบายยากกว่านั้น ลองปรับให้เรียบง่ายกว่าเดิมก่อนค่ะ
6. วัดผลและปรับปรุงอยู่เสมอ
เมื่อระบบรันไปแล้ว อย่าลืมคอยเช็กตัวเลขสม่ำเสมอค่ะ ทั้งอัตราการซื้อซ้ำและจำนวนสมาชิกที่ยังใช้งานอยู่จริง เพื่อนำมาปรับปรุงแคมเปญให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
เริ่มต้นง่าย ๆ ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ทำได้
หลายคนกังวลว่าระบบแบบนี้ต้องลงทุนสูงและยุ่งยาก จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ สำหรับผู้ที่ใช้ระบบเว็บไซต์บน MakeWebEasy อยู่แล้ว วันนี้คุณสามารถเชื่อมต่อกับ Keptpoint ได้ทันทีในไม่กี่คลิก ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการวางระบบ POS หรือเขียนโปรแกรมใหม่เลย
สามารถตั้งค่าอัตราแต้มได้เอง ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขตามสถานการณ์ และดูรายงานแบบ Real-time ได้เลยว่าแคมเปญไหนปัง หรือสินค้าชิ้นไหนทำเงินให้ร้านคุณมากที่สุด
เปลี่ยนจากการลดราคา มาสร้างกำไรให้ธุรกิจด้วย Loyalty Program
การลดราคาอาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง เราต้องสร้างเหตุผลให้ลูกค้าอยากกลับมาหาเรา Loyalty Progarm ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่มันคือกลยุทธ์ที่เปลี่ยนขาจร ให้กลายเป็นขาประจำ และเปลี่ยนทุกออเดอร์บนเว็บไซต์ให้เป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
ถ้าคุณพร้อมเริ่มสร้างฐานลูกค้าประจำโดยไม่ต้องตัดกำไรตัวเองทุกเดือน และอยากรู้ว่าเว็บไซต์ของเราจะเริ่มใช้ระบบนี้ได้ยังไง ติดต่อทีมงาน MakeWebEasy Add Line: @makewebeasy วันนี้ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการติดตั้งระบบให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตได้โดยไม่ต้องแข่งกันแค่เรื่องราคาอีกต่อไป