ขายของออนไลน์ให้ปัง 2021
Website, E-Commerce, Online Marketing
Website, E-Commerce, Online Marketing

ขายของออนไลน์ ยังไงให้ยอดปัง ฉบับอัปเดต 2021

ในสภาพเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญโควิดยาว ๆ แบบนี้ แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยาก ขายของออนไลน์ กันทั้งนั้น ทั้งทำเป็นอาชีพเสริม หรือ บางคนก็ขายได้ดี จนยึดเป็นอาชีพหลักได้เลย แต่การขายของออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จนั้น มันก็ต้องมีเทคนิคกันบ้าง ใครยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมาดูกันเลยค่ะ

 

  • วางแผนชีวิต

ก่อนอื่นเลย เราจะต้องวางแผนชีวิตแล้วนะ ว่าจะทุ่มเทให้กับการขายสินค้าออนไลน์ของเราขนาดไหน ไม่ขยันเราก็อยู่ได้ไม่นานนะจะบอกให้  ไหนจะลูกค้าสอบถามเข้ามา ต้องการสั่งซื้อสินค้า ความรวดเร็วในการคุยกับลูกค้าคือสิ่งสำคัญ  ถ้าช้าลูกค้าก็มีสิทธิไปเลือกคนอื่นแล้ว

 

  • เตรียมงบประมาณ เงินทุน 

จะเริ่มทำธุรกิจ ก็ต้องเตรียมเงินทุนกันหน่อย บางคนเลือกที่จะไม่สต๊อคสินค้า  หรือบางคนมีทุนสำหรับสต๊อคสินค้า ก็แล้วแต่ตามสะดวกเลย แต่เงินทุนนี้ต้องคิดระยะยาวหน่อยนะคะ คิดแค่ 3-4 เดือน ถ้าไม่ปังก็เจ๊งเลยค่ะ เงินทุนที่ขาดไม่ได้ คือต้นทุนสำหรับทำการตลาด เพราะถ้าอยากให้มีคนซื้อของเราเยอะ ก็ต้องมีคนเห็นและรู้จักเราเยอะ ๆ จริงมั้ยคะ

 

  • ช่องทางการขาย

เมื่อมีของ มีทุนเรียบร้อย สเต็ปต่อไปก็คือ จะขายในช่องทางไหนดีล่ะ ? 

ถ้าอยากจะเอาจริงเอาจังกับการ ขายของออนไลน์ แน่นอนค่ะว่าต้องมีเว็บไซต์ ถ้าระบบดี ๆ นี่ช่วยให้เราประหยัดเวลาได้เยอะเลย เพราะเว็บไซต์จะสามารถใส่ช่องทางการติดต่อสอบถามอื่น ๆ เช่น Facebook Messenger , Line , Instagram เข้าไปได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว และยังทำให้ธุรกิจของเรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย 

 

อย่างระบบเว็บไซต์ขายของ MakeWebEasy.com นี่ก็ตอบโจทย์การขายสินค้าออนไลน์ของคนไทยแบบสุด ๆ เลยค่ะ มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ ระบบ E-commerce จัดการออร์เดอร์ หรือจะชำระเงิน จบในเว็บเดียว มากกว่านั้น ยังมีทีมงานคอยให้คำปรึกษาตลอดเลยด้วยนะ

 

Facebook Fanpage ก็เป็นช่องนึงที่พ่อค้าแม่ค้านิยมไปลงขายสินค้าที่นั่น เพราะมันสามารถโปรโมทเว็บไซต์ได้อีกทาง ถ้าเราทำเว็บไซต์เป็นหลัก เราสามารถแชร์บทความ หรือแชร์สินค้าของเราไปบน fanpage เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราได้อย่างดีเลยค่ะ 

สำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในบ้านเราตอนนี้ มีให้เลือกหลายแบรนด์เลยค่ะ ทั้ง LAZADA , Shopee, JD Central , Lineshop  และแน่นอนว่าเป็นที่นิยมมากกกกก ซึ่งเมื่อคนไปเปิดขายสินค้าเยอะ ลูกค้าก็ย่อมมีตัวเลือกเยอะ อันนี้ก็ต้องสู้ราคากันหน่อยน้า

 

  • รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนนี้ต้องไม่ลืมนะคะ ว่าเราต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร เราจะขายใคร อาชีพอะไร อายุเท่าไหร่  รายได้ประมาณไหน จะได้ขายได้ตรงกลุ่ม 

แต่ถ้าใครยังมองไม่ออก หรือว่ายังจับทางไม่ได้ว่าลูกค้าที่แท้จริงของเรานั้นเป็นใครกัน อย่างพวกสินค้าแมส ๆ ที่ใช้ได้ทุกวัย เราก็จะยังคาดเดาไม่ได้ว่าคนช่วงอายุเท่าไหร่จะสนใจ และซื้อสินค้าของเรามากที่สุด 

 

วิธีการคือ ให้เราลองขายไปซักระยะหนึ่งค่ะ เมื่อเริ่มมีลูกค้าเข้ามา เราก็จะพอจับทางกลุ่มเป้าหมายเราได้แคบมากขึ้นแล้ว ต่อไป เราก็สามารถจะกระจายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มที่ต้องการได้มากขึ้น ไม่เสียงบประมาณทำโฆษณาไปหากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าของเรา 

 

  • โปรโมทและทำการตลาด

เอาล่ะ เรามีเว็บไซต์แล้ว  

แต่สงสัยมั้ยคะ ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราพูดถึงกันก่อนหน้านี้จะเห็นร้านค้าออนไลน์ของเราได้ยังไง ?

การขายของออนไลน์ จำเป็นต้องให้มีคนเห็นเราและรู้จักเราเยอะขึ้น หลัก ๆ เลยต้องทำให้เว็บไซต์ของเราติดบนหน้าแรก Google ให้ได้ค่ะ มันก็ต้องลงทุนกันหน่อย โดยทำได้ 2 วิธี คือ การทำ SEO และ ทำโฆษณา Google ads 

หลายคนอาจขมวดคิ้วว่า SEO มันลงทุนอะไรกัน มันทำฟรีไม่ใช่หรอ?   

ใช่ค่ะมันฟรี แต่งานนี้ ต้องลงทุนลงแรงเรื่องแรงงานและเวลากันหน่อย ติดช้าแต่ชัวร์ ติดแล้วเราจะอยู่ไปอีกนาน  แล้ว ทำยังไงให้เว็บไซต์เราติด SEO ลองไปอ่านกันได้เลย

 

ส่วน Google ads แน่นอนค่ะขึ้นชื่อว่า Ads แล้วมันต้องเสียเงิน 

เป็นการโปรโมทเว็บไซต์ขายของที่รวดเร็วที่สุด และขึ้นหน้าแรก Google อย่างแน่นอน เมื่อทำโฆษณาแล้วเราจะได้ลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาทันที ไม่ต้องรอให้เว็บไซต์ติดอันดับเหมือน SEO แต่พอเรามี Traffic เข้ามาเยอะขึ้น SEO เราก็จะดีขึ้นตามลำดับ

 

แล้วถ้าเรายิง ads ไม่เป็นทำยังไงล่ะ ?

MakeWebEasy มี Specialist ด้านการทำโฆษณา Google Ads ให้คอยปรึกษาด้วยจ้า 

ลองทำโฆษณาเอง อาจจะเสียค่าคลิ๊กฟรีก็มีเยอะแยะ ยิงไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายก็แย่อีก แม้ว่าจะต้องเพิ่มงบในการจ้าง Specialist มาช่วยดูแลโฆษณาสักหน่อย แต่ได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแล บริหารต้นทุนโฆษณาให้ ก็สบายใจไปอีกเปราะนะ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น แค่เงินอย่างเดียวไม่พอ อย่าลืมองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะช่วยให้โฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่น คำโฆษณาหรือรูปภาพที่ใช้ ลูกค้าสามารถเห็นแล้วตัดสินใจซื้อได้เลยมั้ย มีการทำโปรโมชั่นให้น่าสนใจในช่วงเวลาต่างๆ  มีริวิวให้ลูกค้าดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บของเราหรือยัง 

 

  • มีดีที่รีวิว

สิ่งที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของของเราได้ดีที่สุด คือ การรีวิวเลยจ้า 

การรีวิวจากการใช้งานจริงอาจจะใช้เป็นรูป วิดีโอ หรือ ข้อความ สังเกตว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเน้นการรีวิวเป็นสำคัญ เพราะการรีวิวสินค้าหรือบริการนั้น จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับธุรกิจของเราขึ้นไปอีก  แน่นอนว่า ธรรมชาติของผู้บริโภค ย่อมซื้อสินค้ากับร้านที่มีความน่าเชื่อถือ และมีคนแนะนำมากว่าอยู่แล้วค่ะ

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับการเริ่มขายของออนไลน์ ไม่ยากอย่างที่คิดใช่มั้ยคะ

แต่ถ้าจะขายของให้ปังๆๆ มันก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย เริ่มต้นที่เตรียมตัวเตรียมใจ ทุ่มเท หาช่องทางสำหรับขายสินค้า ทำแคมเปญโปรโมทสินค้าให้น่าสนใจ ทำโฆษณาให้คนรู้จักเราเยอะขึ้น คำนวนงบประมาณความคุ้มค่ากับกำไรที่ได้รับ หมั่นพัฒนาสินค้าให้ดี รีวิวก็มีมาเรื่อยๆ สะสมประสบการณ์มากขึ้น แค่นี้ ก็เพิ่มยอดขาย หรือทำให้เราเป็นหนึ่งในตัวเลือกของลูกค้าอันดับต้น ๆ ได้แล้วค่ะ